พระมุนีคือพระพุทธเจ้า ชื่อว่าทรงสงบแล้ว เพราะความที่กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นสงบแล้ว ตรัสเรียกบุคคลผู้ปฏิบัติอย่างนี้นั้นว่า บุคคลนี้ ผู้มีราตรีหนึ่งเจริญ ด้วยประการฉะนี้.
ในบททั้งหลาย มีอาทิว่า เอวํรูโป แม้มีรูปดำมีวรรณะดุจแก้วมณี อินทนีล. หรือบทว่า อโหสึ ความว่า เรามีรูปอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งรูปอันพึงพอใจอย่างนี้นั้นเทียว. เรามีเวทนาอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งสุขเวทนาและโสมนัสเวทนาอันเป็นกุศล มีสัญญาอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งธรรมทั้งหลายมีสัญญาเป็นต้น ซึ่งประกอบพร้อมด้วยเวทนานั้นเทียว มีสังขารอย่างนี้ มีวิญญาณอย่างนี้.
บทว่า อตีตมทฺธานํ ความว่า รำพึงถึงความเพลิดเพลินในเรื่องนั้นๆ ได้แก่ รำพึง คล้อยตามตัณหาในรูปเป็นต้นเหล่านั้น. ย่อมไม่สำคัญว่า เราเป็นผู้มีรูปอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งรูปที่เลวเป็นต้น ฯลฯ มีวิญญาณอย่างนี้.
บทว่า นนฺทึ น สมนฺวาเนติ ความว่า ตัณหาหรือทิฐิอันสัมปยุตด้วยตัณหา อันบุคคลย่อมไม่ให้เป็นไป. พึงทราบความรำพึงถึงความเพลิดเพลิน กล่าวคือความเป็นไปแห่งตัณหาและทิฐิ ด้วยอำนาจแห่งรูปอันประณีต และพึงพอใจเป็นต้นเทียว แม้ในบทว่า เอวํรูโป สิยํ เป็นต้น.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที