บทว่า เอวํ โข อาวุโส อชฺฌตฺตํ จิตฺตํ อสณฺฐิตํ ความว่า ไม่สงบอยู่ด้วยอำนาจแห่งความใคร่. ก็จิตไม่ตั้งมั่นอยู่ด้วยอำนาจแห่งความใคร่ย่อมไม่เป็นส่วนในการละ แต่เป็นส่วนในคุณวิเศษอย่างเดียว.
บทว่า อนุปาทาปริตสุสนา ความว่า พระศาสดาทรงแสดงความสะดุ้งเพราะยึดถือ และความไม่สะดุ้ง เพราะไม่ยึดถือ ในขันติยวรรคอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความสะดุ้งเพราะถือมั่น และความไม่สะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น.
พระมหาเถระ เมื่อจะแสดงความสะดุ้งนั้น ทำความสะดุ้งเพราะความถือมั่น ให้เป็นความสะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ก็ความสะดุ้งเพราะไม่ถือมั่นเป็นอย่างไร. เพราะไม่มีสังขารที่พึงถือมั่น ก็ผิว่า สังขารไรๆ เป็นของเที่ยงหรือมั่นคงไซร้ ก็จักเป็นของควรยึดถือว่า เป็นตนหรือเนื่องกับตน. ความสะดุ้งนี้เป็นความสะดุ้งเพราะตามถือมั่น. ก็เพราะธรรมดาสังขารที่ควรถือมั่นอย่างนี้ ไม่มี เพราะฉะนั้น สังขารทั้งหลายแม้มีใจครองมีรูปเป็นต้น โดยนัยมีอาทิว่า รูป อัตตา ก็เป็นของไม่ควรถือมั่นแท้. ความสะดุ้งนั้น แม้เป็นความสะดุ้งเพราะถือมั่นอย่างนี้เทียว โดยเนื้อความพึงทราบว่า เป็นความสะดุ้งเพราะไม่ถือมั่น.
บทว่า อญฺญถา โหติ ความว่า รูปแปรปรวนไป. แต่ก็พินาศไป เพราะการละปกติ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที