ในบรรดาธรรมและอธรรมนั้น ภิกษุถือเอาส่วนแห่งอธรรมส่วนหนึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วปรึกษากันว่า พวกเราจักกระทำอธรรมนี้ว่าธรรม เมื่อเป็นอย่างนี้ ตระกูลอาจารย์ของพวกเราจักเป็นตระกูลนำออก (จากทุกข์) และพวกเราจักเป็นผู้ปรากฏในโลกดังนี้ แล้วกล่าวอธรรมนั้นว่า นี้เป็นธรรม ดังนี้ ย่อมโต้แย้งกันว่า ธรรม. ถือเอาส่วนแห่งธรรมส่วนหนึ่งในบรรดาส่วนแห่งธรรมทั้งหลาย เหมือนอย่างนั้นแหละ แล้วกล่าวว่า นี้เป็นอธรรม โต้แย้งกันว่า อธรรม. แต่เมื่อว่าโดยปริยายพระวินัย กรรมที่ทักท้วงให้ระลึกด้วยเรื่องที่เป็นจริง แล้วกระทำตามปฏิญญา ชื่อว่าธรรม.

ส่วนกรรมที่ทักท้วงให้ระลึกด้วยเรื่องที่ไม่เป็นจริงแล้วทำตามปฏิญญา ชื่อว่าอธรรม. แม้ในธรรมและอธรรมนั้น กล่าวอธรรมว่า นี้ธรรม ชื่อว่าวิวาทกันเรื่องธรรม. กล่าวธรรมว่า นี้อธรรม ชื่อว่าวิวาทกันเรื่องอธรรม.

แต่เมื่อว่าโดยปริยายพระสูตร สภาวะนี้ คือการกำจัดราคะ โทสะและโมหะให้พินาศ การสำรวมการละ การพิจารณา ชื่อว่าวินัย. สภาวะอันนี้ คือการไม่กำจัดราคะเป็นต้นให้พินาศ การไม่สำรวม การไม่ละ การไม่พิจารณา ชื่อว่าอวินัย.

ว่าโดยปริยายพระวินัย สภาวะนี้ คือ วัตถุสมบัติ ญัตติสมบัติ อนุสาวนสมบัติ สีมาสมบัติ ปริสสมบัติ ชื่อว่าวินัย. สภาวะนี้คือ วัตถุวิบัติ ฯลฯ ปริสวิบัติ ชื่อว่าอวินัย. แม้ในวินัยและอวินัยเหล่านั้น กล่าวอวินัยอย่างใดอย่างหนึ่งว่า นี้วินัย ชื่อว่าวิวาทกันเรื่องวินัย. กล่าววินัยว่า อวินัย ชื่อว่าวิวาทกันเรื่องอวินัย.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. สามคามสูตร”