อถ เย จ ปรินิพฺพุเต ตถาคเต เจติยํ ภินฺทนฺติ, โพธึ ฉินฺทนฺติ ๓- ธาตุมฺหิ อุปกฺกมนฺติ, เตสํ กึ โหตีติ. ภาริยํ กมฺมํ โหติ อานนฺตริยสทิสํ. สธาตุกํ ปน ถูปํ วา ปฏิมํ วา พาธมานํ โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจปิ ตตฺถ นิลีนา สกุณา เจติเย วจฺจํ ปาเตนฺติ, ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว. ปริโภคเจติยโต หิ สรีรเจติยํ มหนฺตตรํ. เจติยวตฺถุํ ภินฺทิตฺวา คจฺฉนฺตํ โพธิมูลมฺปิ ฉินฺทิตฺวา หริตุํ วฏฺฏติ. ยา ปน โพธิสาขา โพธิฆรํ พาธติ, ตํ เคหรกฺขนตฺถํ ฉินฺทิตุํ น ลพฺภติ, โพธิอตฺถํ หิ เคหํ, น เคหตฺถํ ๔- โพธิ. อาสนฆเรปิ เอเสว นโย. ยสฺมึ ปน อาสนฆเร ธาตุ นิหิตา โหติ, ตสฺส รกฺขนตฺถาย โพธิสาขํ ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. โพธิชคฺคนตฺถํ โอตรณสาขํ ๕ วา ปูติฏฺฐานํ วา นินฺทิตุํ วฏฺฏติเยว, ภควโต สรีรปฏิชคฺคเน วิย ปุญฺญมฺปิ โหติ.

@๓ ก. ภินฺทนฺติ ๔ ฉ.ม. น เคหตฺถาย ๕ ฉ.ม. โอโชหรณสาขํ

สํฆเภเท สีมฏฺฐกสํเฆ อสนฺนิปติเต วิสุํ ปริสํ คเหตฺวา กตโวหารานุสฺสาวนสลากคฺคาหสฺส กมฺมํ วา กโรนฺตสฺส, อุทฺเทสํ วา อุทฺทิสนฺตสฺส เภโท จ โหติ อานนฺตริยกมฺมญฺจ. สมคฺคสญฺญาย ปน วฏฺฏตีติ กมฺมํ กโรนฺตสฺส เภโทว โหติ, น อานนฺตริยกมฺมํ, ตถาปิ ๑- นวโต อูนปริสาย. สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน นวนฺนํ ชนานํ โย สํฆํ ภินฺทติ, ตสฺส อานนฺตริยกมฺมํ โหติ. อนุวตฺตกานํ ๒- อธมฺมวาทีนํ มหาสาวชฺชกมฺมํ. ธมฺมวาทิโน ปน อนวชฺชา.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๑๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. พหุธาตุกสูตร”