[๒๒] รูปึ วาติ กรชรูเปน วา กสิณรูเปน วา รูปึ. ตตฺถ ลาภี กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาติ. ตกฺกี อุโภปิ รูปานิ คณฺหาติเยว. อรูปินฺติ อรูปสมาปตฺตินิมิตฺตํ วา, ฐเปตฺวา สญฺญากฺขนฺธํ ๑- เสสอรูปธมฺเม วา อตฺตาติ ปญฺญเปนฺตา ลาภิโนปิ ตกฺกิกาปิ เอวํ ปญฺญเปนฺติ. ตติยทิฏฺฐิ ปน มิสฺสกคาหวเสน ปวตฺตา, จตุตฺถา ตกฺกคาเหเนว. ทุติยจตุกฺเก ปฐมทิฏฺฐิ สมาปนฺนกวาเทน ๒- กถิตา, ทุติยทิฏฺฐิ อสมาปนฺนกวาเทน, ตติยทิฏฺฐิ สุปฺปมตฺเตน วา สราวมตฺเตน วา ๓- กสิณปริกมฺมวเสน, จตุตฺถทิฏฺฐิ วิปุลกสิณวเสน กถิตาติ เวทิตพฺพา.

เอตํ วา ปเนเตสํ อุปาติวตฺตตนฺติ สญฺญีติ ปเทน สงฺเขปโต วุตฺตํ. สญฺญาสตฺตกํ อติกฺกนฺตานนฺติ อตฺโถ. อปเร อฏฺฐกนฺติ วทนฺติ. ตทุภยํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ:- เกจิ หิ เอตา ๔- สตฺต วา อฏฺฐ วา สญฺญา สมติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ, เกจิ ปน น สกฺโกนฺติ. ตตฺถ เย สกฺโกนฺติ เตว คหิตา. เตสํ ปน เอเกสํ อุปาติวตฺตตํ อติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺตานํ ยถาปิ นาม คงฺคํ โอติณฺเณสุ มนุสฺเสสุ เอโก ทีฆวาปึ คนฺตฺวา ติฏฺเฐยฺย, เอโก ตโต

@๓ สี. สุปฺปมตฺตํ วา สราวมตฺตํ วา ๔ ก. เอตฺถ ปรํ มหาคามํ, เอวเมว เอเก วิญฺญาณญฺจายตนํ อปฺปมาณํ อาเนญฺชนฺติ วตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เอเก อากิญฺจญฺญายตนํ. ตตฺถ วิญฺญาณญฺจายตนํ ตาว ทสฺเสตุํ วิญฺญาณกสิณเมเกติ วุตฺตํ. ปรโต "อากิญฺจญฺญายตนเมเก"ติ วกฺขติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ ทิฏฺฐิคตญฺจ ทิฏฺฐิปจฺจยญฺจ ทิฏฺฐารมฺมณญฺจ. ตถาคโต อภิชานาตีติ อิมินา ปจฺจเยน อิทํ นาม ทสฺสนํ คหิตนฺติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานาติ.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ปัญจัตตยสูตร”