อโห วต มํ โกจิ นิมนฺเตยฺยาติ กึ ปน จิตฺตสฺส อนุปฺปาทนํ ภาริยํ, อุปฺปนฺนสฺส ปหานนฺติ. จิตฺตํ นาม ลหุกปริวตฺตํ, ตสฺมา อนุปฺปาทนํ ภาริยํ, อุปฺนปฺปหานมฺปิ ภาริยเมว. อนฺตรฆเรติ มหาสกุลุทายิสุตฺเต ๒- อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺตรฆรํ นาม, อิธ นิมฺโพทกปตนฏฺฐานํ อธิปฺเปตํ. กุโต ปนสฺส ภิกฺขา อุปฺปชฺชิตฺถาติ. เถโร ทฺวีสุ นคเรสุ อภิญฺญาโต, เคหทฺวารํ อาคตสฺเสวสฺส ปตฺตํ คเหตฺวา นานารสโภชนสฺส ปูเรตฺวา เทนฺติ. โส ลทฺธฏฺฐานโต นิวตฺตติ, ภตฺตกิจฺจกรณฏฺฐานํ ปนสฺส นิพทฺธเมว อโหสิ. อนุพฺยญฺชนโสติ เถเรน กิร รูเป นิมิตฺตํ คเหตฺวา มาตุคาโม น โอโลกิตปุพฺโพ. มาตุคามสฺส ธมฺมนฺติ มาตุคามสฺส ฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติ, ปญฺหํ ปุฏฺเฐน คาถาสหสฺสมฺปิ วตฺตุํ วฏฺฏติเยว. เถโร ปน กปฺปิยเมว น อกาสิ. เยภุยฺเยน หิ กุลูปกตฺเถรานเมตํ กมฺมํ โหติ. ภิกฺขุนูปสฺสยนฺติ ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ. ตํ ปน คิลานปุจฺฉเกน คนฺตุํ วฏฺฏติ, เถโร ปน กปฺปิยเมว น อกาสิ. เอส นโย สพฺพตฺถ. จุณฺเณนาติ โกสมฺภจุณฺณาทินา. คตฺตปริกมฺเมติ สรีรสมฺพาหนกมฺเม. วิจาริตาติ ปโยชยิตา. คทฺทูหนมตฺตนฺติ คาวึ ถเน คเหตฺวา เอกํ ขีรพินฺทุํ ทูหนกาลมตฺตมฺปิ.

เกน ปน การเณน เถโร นิราพาโธ อโหสิ. ปทุมุตฺตเร กิร ภควติ สตสหสฺสภิกฺขุปริวาเร จาริกํ จรมาเน หิมวติ วิสรุกฺขา ปุปฺผึสุ. ภิกฺขุสตสหสฺสานมฺปิ ติณปุปฺผกโรโค อุปฺปชฺชติ, เถโร ตสฺมึ สมเย อิทฺธิมา ตาปโส โหติ, โส อากาเสน คจฺฉนฺโต ภิกฺขุสํฆํ ทิสฺวา โอตริตฺวา โรคํ

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๑๙๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร”