ตํ ปเนตํ เอวํ สพฺพาการปริปูรํ ปกติยา สายมาสภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ฆรทฺวาเร ปญฺญตฺตาสเนสุ นิสีทิตฺวา ปวตฺตกถาสลฺลาเปสุ มนุสฺเสสุ วีถิจตุกฺกาทีสุ กีฬมาเน ทารกชเน นาติอุจฺเจน นาตินีเจน วนสณฺฑมตฺถกาสนฺเนน อากาสปฺปเทเสน อุปโสภยมานํ วิย รุกฺขสาขคฺคานิ, ทฺวาทสโยชนโต ปฏฺฐาย สุยฺยมาเนน มธุรสฺสเรน สตฺตานํ โสตานิ โอธาปยมานํ โยชนโต ปฏฺฐาย นานปฺปภาสมุทยสมุชฺชเลน วณฺเณน นยนานิ สมากฑฺฒนฺตํ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปุญฺญานุภาวํ อุคฺโฆสยนฺตํ วิย ราชธานิอภิมุขํ อาคจฺฉติ.

อถ ตสฺส จกฺกรตนสฺส สทฺทสฺสวเนเนว "กุโต นุ โข, กสฺส นุ โข อยํ สทฺโท"ติ อาวชฺชิตหทยานํ ปุรตฺถิมทิสํ โอโลกยมานานํ เตสํ มนุสฺสานํ อญฺญตโร อญฺญตรํ เอวมาห "ปสฺส โภ อจฺฉริยํ, อยํ ปุณฺณจนฺโท ปุพฺเพ ๑- เอโก อุคฺคจฺฉติ, อชฺช ปน ทุติโย อุคฺคโต, เอตํ หิ ราชหํสมิถุนํ วิย ปุณฺณจนฺทมิถุนํ ปุพฺพาปริเยน คคนตลํ อภิลงฺฆตี"ติ. ตมญฺโญ อาห "กึ กเถสิ สมฺม กหํ นาม ตยา เทฺว ปุณฺณจนฺทา เอกโต อุคฺคจฺฉนฺตา

เอวํ ปวตฺตสลฺลาปสฺเสว ตสฺส ชนสฺส จนฺทมณฺฑลํ โอหาย ตํ จกฺกรตนํ อภิมุขํ โหติ. ตโต เตหิ "กสฺส นุ โข อิทํ นิพฺพตฺตนฺ"ติ วุตฺเต ภวนฺติ วตฺตาโร "น กสฺสจิ อญฺญสฺส, ๒- นนุ อมฺหากํ ราชา ปูริตจกฺกวตฺติวตฺโต, ตสฺเสตํ นิพฺพตฺตนฺ"ติ. อถ โส จ มหาชโน, โย จ อญฺโญ ปสฺสติ, สพฺโพ จกฺกรตนเมว อนุคจฺฉติ. ตมฺปิ จกฺกรตนํ รญฺโญเยว อตฺถาย อตฺตโน อาคตภาวํ ญาเปตุกามํ วิย สตฺตกฺขตฺตุํ ปาการมตฺถเกเนว นครํ อนุสํยายิตฺวา รญฺโญ อนฺเตปุรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อนฺเตปุรสฺส อุตฺตรสีหปญฺชรอาสนฺเน ๓- ฐาเน ยถา คนฺธปุปฺผาทีหิ สุเขน สกฺกา โหติ ปูเชตุํ, เอวํ อกฺขาหตํ วิย ติฏฺฐติ.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๒๒๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. พาลบัณฑิตสูตร”