ตมฺปิ จกฺกรตนํ รุกฺขคฺคานํ อุปรูปริ นาติอุจฺเจน คคนปฺปเทเสน ปวตฺตติ, ยถา รุกฺขานํ ปุปฺผผลปลฺลเวหิ อตฺถิกา ตานิ สุเขน คเหตุํ สกฺโกนฺติ, ภูมิยํ ฐิตา "เอส ราชา, เอส อุปราชา, เอส เสนาปตี"ติ สลฺลกฺเขตุํ สกฺโกนฺติ. ฐานาทีสุปิ อิริยาปเถสุ โย เยน อิจฺฉติ, โส เตเนว คจฺฉติ. จิตฺตกมฺมาทิสิปฺปปสุตา เจตฺถ อตฺตโน อตฺตโน กิจฺจํ กโรนฺตาเยว คจฺฉนฺติ. ยเถว หิ ภูมิยํ, ตถา เนสํ สพฺพกิจฺจานิ อากาเส อิชฺฌนฺติ. เอวํ จกฺกวตฺติปริสํ คเหตฺวา ตํ จกฺกรตนํ วามปสฺเสน สิเนรุํ ปหาย สมุทฺทสฺส อุปริภาเคน อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาณํ ปุพฺพวิเทหํ คจฺฉติ.
ตตฺถ โย วินิพฺเพเธน ทฺวาทสโยชนาย ปริกฺเขปโต ฉตฺตึสโยชนปริสาย สนฺนิเวสกฺขโม สุลภาหารูปกรโณ ฉายูทกสมฺปนฺโน สุจิสมตโล รมณีโย ภูมิภาโค, ตสฺส อุปริภาเค ตํ จกฺกรตนํ อากาเส อกฺขาหตํ วิย ติฏฺฐติ. อถ เตน สญฺญาเณน โส มหาชโน โอตริตฺวา ยถารุจิ นฺหานโภชนาทีนิ สพฺพกิจฺจานิ กโรนฺโต วาสํ กปฺเปติ, เตน วุตฺตํ "ยสฺมึ โข ปน ภิกฺขเว ปเทเส ตํ จกฺกรตนํ ปติฏฺฐาติ, ตตฺถ ราชา จกฺกวตฺตี วาสํ อุเปติ สทฺธึ จตุรงฺคินิยา เสนายา"ติ.
เอวํ วาสํ อุปคเต จกฺกวตฺติมฺหิ เย ตตฺถ ราชาโน, เต "ปรจกฺกํ อาคตนฺ"ติ สุตฺวาปิ น พลกายํ สนฺนิปาเตตฺวา ยุทฺธสชฺชา โหนฺติ. จกฺกรตนสฺส หิ อุปฺปตฺติสมนนฺตรเมว นตฺถิ โส สตฺโต นาม, โย ปจฺจตฺถิกสญฺญาย ราชานํ อารพฺภ อาวุธํ อุกฺขิปิตุํ วิสเหยฺย. อยํ อานุภาโว จกฺกรตนสฺส.
จกฺกานุภาเวน หิ ตสฺส รญฺโญ