ตตฺถ สฺวาคตนฺติ สุอาคมนํ. เอกสฺมึ หิ อาคเต โสจนฺติ, คเต นนฺทนฺติ. เอกสฺมึ อาคเต นนฺทนฺติ, คเต โสจนฺติ. ตาทิโส ตฺวํ อาคตนนฺทโน คมนโสจโน, ตสฺมา ตว อาคมนํ สุอาคมนนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอวํ วุตฺเต ปน จกฺกวตฺตี นาปิ "เอตฺตกํ นาม เม อนุวสฺสํ พลึ อุปกปฺเปถา"ติ วทติ, นาปิ อญฺญสฺส โภคํ อจฺฉินฺทิตฺวา อญฺญสฺส เทติ. อตฺตโน ปน ธมฺมราชภาวสฺส อนุรูปาย ปญฺญาย ปาณาติปาตาทีนิ อุปปริกฺขิตฺวา เปมนีเยน มญฺชุนา สเรน "ปสฺสถ ตาตา, ปาณาติปาโต นาเมส อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต นิรยสํวตฺตนิโก โหตี"ติอาทินา นเยน ธมฺมํ เทเสตฺวา "ปาโณ น หนฺตพฺโพ"ติอาทิกํ โอวาทํ เทติ. เตน วุตฺตํ ราชา จกฺกวตฺตี เอวมาห ปาโณ น หนฺตพฺโพ ฯเปฯ ยถาภุตฺตญฺจ ภุญฺชถาติ

กึ ปน สพฺเพปิ รญฺโญ อิมํ โอวาทํ คณฺหนฺตีติ. พุทฺธสฺสาปิ ตาว สพฺเพ น คณฺหนฺติ, รญฺโญ กึ คณฺหิสฺสนฺติ. ตสฺมา เย ปณฺฑิตา วิภาวิโน, เต คณฺหนฺติ. สพฺเพ ปน อนุยนฺตา ภวนฺติ. ตสฺมา "เย โข ปน ภิกฺขเว"ติอาทิมาห.

อถ ตํ จกฺกรตนํ เอวํ ปุพฺพวิเทหวาสีนํ โอวาเท ทินฺเน กตปาตราเส ๑- จกฺกวตฺติพเลน เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา ปุรตฺถิมํ สมุทฺทํ อชฺโฌคาหติ. ยถา ยถา จ ตํ อชฺโฌคาหติ, ตถา ตถา อคทคนฺธํ ฆายิตฺวา สงฺขิตฺตผโณ นาคราชา วิย สงฺขิตฺตอูมิวิปฺผารํ หุตฺวา โอคจฺฉมานํ มหาสมุทฺทสลิลํ โยชนมตฺตํ โอคนฺตฺวา อนฺโตสมุทฺเท เวฬุริยภิตฺติ วิย ติฏฺฐติ. ตํขณญฺเญว จ ตสฺส รญฺโญ ปุญฺญสิรึ ทฏฺฐุกามานิ วิย มหาสมุทฺทตเล วิปฺปกิณฺณานิ นานารตนานิ ตโต ตโต อาคนฺตฺวา ตํ เทสํ ปูรยนฺติ. อถ สา ราชปริสา ตํ นานารตนปริปูรํ มหาสมุทฺทตลํ ทิสฺวา ยถารุจิ อุจฺฉงฺคาทีหิ อาทิยติ,

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๒๓๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. พาลบัณฑิตสูตร”