อิทานิ โส อตฺตโน อปฺปฏิวิทฺธภาวํ ปกาเสนฺโต น โข อหนฺติอาทิมาห.

[๒๙๐] สมตฺเตนาติ ปริปุณฺเณน. สมาทินฺเนนาติ คหิเตน ปรามฏฺเฐน. อปฺปายุกสํวตฺตนิกา เอสา มาณว ปฏิปทา ยทิทํ ปาณาติปาตีติ ยํ อิทํ ปาณาติปาตกมฺมํ, เอสา อปฺปายุกสํวตฺตนิกา ปฏิปทาติ.

กถํ ปเนสา อปฺปายุกตํ กโรติ? จตฺตาริ หิ กมฺมานิ อุปปีฬกํ อุปจฺเฉทกํ ชนกํ อุปตฺถมฺภกนฺติ. พลวกมฺเมน หิ นิพฺพตฺตํ ปวตฺเต อุปปีฬกํ อาคนฺตฺวา อตฺถโต เอวํ วทติ นาม "สจาหํ ปฐมตรํ ชาเนยฺยํ, น เต อิธ นิพฺพตฺติตุํ ทเทยฺยํ, จตูสุเยว ตํ อปาเยสุ นิพฺพตฺตาเปยฺยํ. โหตุ, ตฺวํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺโต, ๑- อหํ อุปปีฬกกมฺมํ นาม ตํ ปีฬิตฺวา นิโรชํ นิยูสํ กสฏํ กริสฺสามี"ติ. ตโต ปฏฺฐาย ตํ ตาทิสํ กโรติ. กึ กโรติ? ปริสฺสยํ อุปเนติ, โภเค วินาเสติ.

ตตฺถ ทารกสฺส มาตุกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย มาตุ อสฺสาโท ๒- วา สุขํ วา น โหติ, มาตาปิตูนํ ปีฬาว อุปฺปชฺชติ. เอวํ ปริสฺสยํ อุปเนติ. ทารกสฺส ปน มาตุกุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย เคเห โภคา อุทกํ ปตฺวา โลณํ วิย ราชาทีนํ วเสน นสฺสนฺติ, กุมฺภโทหนเธนุโย ขีรํ น เทนฺติ, สูรตา โคณา ๓- จณฺฑา โหนฺติ, กาณา โหนฺติ, ขุชฺชา โหนฺติ, โคมณฺฑเล โรโค ปตติ, ทาสาทโย วจนํ น กโรนฺติ, วาปิตํ สสฺสํ น ชายติ, เคหคตํ เคเห, อรญฺญคตํ อรญฺเญ นสฺสติ, อนุปุพฺเพน ฆาสจฺฉาทนมตฺตํ ทุลฺลภํ โหติ, คพฺภปริหาโร น โหติ, วิชาตกาเล มาตุถญฺญํ ฉิชฺชติ, ทารโก ปริหารํ อลภนฺโต ปีฬิโต นิโรโช นิยูโส กสโฏ โหติ อิทํ อุปปีฬกกมฺมํ นาม.

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๒๖๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จูฬกัมมวิภังคสูตร”