เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุนฺ"ติ. ๑-
พิมฺพิสาโรปิ "มยฺหํ สหาโย มยา เปสิตสาสนมตฺตํ วาเจตฺวา หตฺถคตํ รชฺชํ ปหาย เอตฺตกํ อทฺธานํ อาคโต, ทุกฺกรํ กตํ กุลปุตฺเตน, ปพฺพชิตสกฺกาเรน ตํ สกฺกริสฺสามี"ติ "ปริเยสถ เม สหายกนฺ"ติ ตตฺถ ตตฺถ เปเสสิ. เปสิตา ตํ อทฺทสํสุ สงฺการฏฺฐาเน ปติตํ, ทิสฺวา อาคมฺม รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา คนฺตฺวา กุลปุตฺตํ ทิสฺวา "น วต โภ ลภิมฺหา สหายสฺส สกฺการํ กาตุํ, อนาโถ เม ชาโต สหายโก"ติ ปริเทวิตฺวา กุลปุตฺตํ มญฺจเกน คณฺหาเปตฺวา ยุตฺโตกาเส ฐเปตฺวา อนุปสมฺปนฺนสฺส สกฺการํ กาตุํ ชานนภาเวน นฺหาปกกปฺปกาทโย ปกฺโกสาเปตฺวา กุลปุตฺตํ สีสํ นฺหาเปตฺวา สุทฺธวตฺถาทีนิ ๒- นิวาสาเปตฺวา ราชเวเสน อลงฺการาเปตฺวา โสวณฺณสิวิกํ อาโรเปตฺวา สพฺพตาฬาวจรคนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กโรนฺโต นครา นีหริตฺวา พหูหิ คนฺธกฏฺเฐหิ มหาจิตกํ กาเรตฺวา กุลปุตฺตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา ธาตุโย อาทาย เจติยํ ปติฏฺฐเปสิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ธาตุวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.