นาฏปุตฺติเยสูติ นาฏปุตฺตสฺส อนฺเตวาสิเกสุ. นิพฺพินฺนรูปาติ อุกฺกณฺฐิตสภาวา, อภิวาทนาทีนิ น กโรนฺติ. วิรตฺตรูปาติ วิคตเปมา. ปฏิวานรูปาติ เตสํ นิปจฺจกิริยโต นิวตฺตสภาวา. ยถาตนฺติ ยถาปิ ๓- ทุรกฺขาตาทิสภาเว ธมฺมวินเย นิพฺพินฺนวิรตฺตปฏิวานรูเปหิ ภวิตพฺพํ, ตเถว ชาตาติ อตฺโถ. ทุรกฺขาเตติ ทุกฺกถิเต. ทุปฺปเวทิเตติ ทุวิญฺญาปิเต. อนุปสมสํวตฺตนิเกติ ราคาทีนํ อุปสมํ กาต อสมตฺเถ. ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ. เอตฺถ หิ นาฏปุตฺโตว เนสํ ปติฏฺฐฏฺเฐน ถูโป, โส ปน ภินฺโน มโต. เตน วุตฺตํ "ภินฺนถูเป"ติ. อปฺปฏิสฺสรเณติ ตสฺเสว อภาเวน ปฏิสฺสรณวิรหิเต.
นนุ จายํ นาฏปุตฺโต นาฬนฺทวาสิโก, โส กสฺมา ปาวายํ กาลกโตติ. โส กิร อุปาลินา คหปตินา ปฏิวิทฺธสจฺเจน ทสหิ คาถาหิ ภาสิเต พุทฺธคุเณ สุตฺวา อุณฺหํ โลหิตํ ฉฑฺเฑสิ. อถ นํ อผาสุกํ คเหตฺวา ปาวํ อคมํสุ, โส ตตฺถ กาลมกาสิ. กาลํ กุรุมาโน จ "มม ลทฺธิ อนิยฺยานิกา สารวิรหิตา, มยนฺตาว นฏฺฐา, อวเสสชโน มา อปายปูรโก อโหสิ, สเจ ปนาหํ `มม สาสนํ อนิยฺยานิกนฺ'ติ วกฺขามิ, น สทฺทหิสฺสนฺติ. ยนฺนูนาหํ เทฺวปิ ชเน น เอกนีหาเรน อุคฺคณฺหาเปยฺยํ, เต มมจฺจเยน อญฺญมญฺญํ วิวทิสฺสนฺติ. สตฺถา ตํ วิวาทํ ปฏิจฺจ เอกํ ธมฺมกถํ กเถสฺสติ, ตโต เต สาสนสฺส มหนฺตภาวํ ชานิสฺสนฺตี"ติ.
อถ นํ เอโก อนฺเตวาสิโก อุปสงฺกมิตฺวา อาห "ภนฺเต ตุเมฺห ทุพฺพลา, มยฺหํ อิมสฺมึ ธมฺเม สารํ อาจิกฺขถ อาจริยปฺปมาณนฺ"ติ. อาวุโส ตฺวํ มม อจฺจเยน สสฺสตนฺติ คเณฺหยฺยาสีติ. อปโรปิ ตํ อุปสงฺกมิ, ตํ อุจฺเฉทํ คณฺหาเปสิ. เอวํ เทฺวปิ ชเน เอกลทฺธิเก อกตฺวา พหู นานานีหาเรน อุคฺคณฺหาเปตฺวา กาลมกาสิ. เต ตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา สนฺนิปติตฺวา อญฺญมญฺญํ ปุจฺฉึสุ