อถ เต นครา นิกฺขมนฺเต เชฏฺฐกทาสี กุฏํ คเหตฺวา ปวิสนฺตี ทิสฺวา กุฏํ โอตาเรตฺวา วนฺทิตฺวา โอนเมตฺวา มุขํ ปิธาย "อยฺยา นครํ ปวิฏฺฐมตฺตาว นิกฺขนฺตา, กึ นุ โข"ติ ปุจฺฉิ. วสฺสูปนายิกกุฏิยา หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ อาคมิมฺหาติ. ลทฺธํ ภนฺเตติ. น ลทฺธํ อุปาสิเกติ. กึ ปเนสา กุฏิ อิสฺสเรเหว กาตพฺพา, ทุคฺคเตหิ สกฺกา กาตุนฺติ. เยน เกนจิ สกฺกาติ. สาธุ ภนฺเต มยํ กริสฺสาม, เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ คณฺหถาติ นิมนฺเตตฺวา อุทกํ เนตฺวา ปุน กุฏึ คเหตฺวา อาคมฺม ติตฺถมคฺเค ฐตฺวา อาคตา อวเสสทาสิโย "เอตฺเถว โหถา"ติ วตฺวา สพฺพาสํ อาคตกาเล อาห "อมฺมา กึ นิจฺจเมว ปรสฺส ทาสกมฺมํ กริสฺสถ, อุทาหุ ทาสภาวโต มุจฺจิตุํ อิจฺฉถา"ติ. อชฺเชว มุจฺจิตุมิจฺฉาม อยฺเยติ. ยทิ เอวํ มยา ปญฺจ ปจฺเจกพุทฺธา หตฺถกมฺมํ อลภนฺตา สฺวาตนาย นิมนฺติตา, ตุมฺหากํ สามิเกหิ เอกทิวสํ หตฺถกมฺมํ ทาเปถาติ. ตา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สายํ อฏวิโต อาคตกาเล สามิกานํ อาโรเจสุํ. เต สาธูติ เชฏฺฐกทาสสฺส เคหทฺวาเร สนฺนิปตึสุ.

อถ เน เชฏฺฐกทาสี สฺวาตนาย ๑- ปจฺเจกพุทฺธานํ หตฺถกมฺมํ เทถาติ อานิสํสํ อาจิกฺขิตฺวา เยปิ น กาตุกามา, เต คาเฬฺหน โอวาเทน ตชฺเชตฺวา ปฏิจฺฉาเปสิ. สา ปุนทิวเส ปจฺเจกพุทฺธานํ ภตฺตํ ทตฺวา สพฺเพสํ ทาสปุตฺตานํ สญฺญํ อทาสิ. เต ตาวเทว อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ทพฺพสมฺภาเร สโมธาเนตฺวา สตํ สตํ หุตฺวา เอเกกกุฏึ เอเกกจงฺกมนาทิปริวารํ กตฺวา มญฺจปีฐปานีย- ปริโภชนียาทีนิ ฐเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ เตมาสํ ตตฺถ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา วารภิกฺขํ ปฏฺฐเปสุํ. โย อตฺตโน วารทิวเส น สกฺโกติ, ตสฺส เชฏฺฐกทาสี สกเคหโต อาหริตฺวา เทติ. เอวํ เตมาสํ ชคฺคิตฺวา เชฏฺฐกทาสี

เล่มที่ ๑๔ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์๓๔๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. นันทโกวาทสูตร”