[๔๔] อิทานิ โย เอวํ วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส มูลํ ทสฺเสนฺโต ฉยิมานีติอาทิมาห. ตตฺถ อคารโวติ คารววิรหิโต. อปฺปติสฺโสติ อปฺปฏิสฺสโย อนีจวุตฺติ. เอตฺถ ปน โย ภิกฺขุ สตฺถริ ธรมาเน ตีสุ กาเลสุ อุปฏฺฐานํ น ยาติ, สตฺถริ อนุปาหเน จงฺกมนฺเต สอุปาหโน จงฺกมติ, นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺเต อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ, เหฏฺฐา วสนฺเต อุปริ วสติ, สตฺถุ ทสฺสนฏฺฐาเน อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตํ ธาเรติ, อุปาหนํ ธาเรติ, นหานติตฺเถ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา กโรติ, ปรินิพฺพุเต วา ปน เจติยํ วนฺทิตุํ น คจฺฉติ, เจติยสฺส ปญฺญายนฏฺฐาเน สตฺถุ ทสฺสนฏฺฐาเน วุตฺตํ สพฺพํ กโรติ, อญฺเญหิ จ ภิกฺขูหิ "กสฺมา เอวํ กโรสิ, น อิทํ วฏฺฏติ, สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส นาม ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี"ติ วุตฺเต "ตุณฺหี โหหิ, ๑- กึ พุทฺโธ พุทฺโธติ วทสี"ติ ภณติ, อยํ สตฺถริ อคารโว นาม.
โย ปน ธมฺมสฺสวเน สงฺฆุฏฺเฐ สกฺกจฺจํ น คจฺฉติ, สกฺกจฺจํ ธมฺมํ น สุณาติ, นิทฺทายติ สลฺลเปนฺโต วา นิสีทติ, สกฺกจฺจํ น คณฺหาติ น ธาเรติ, "กึ ธมฺเม อคารวํ กโรสี"ติ วุตฺเต "ตุณฺหี โหหิ, ธมฺโม ธมฺโมติ วทสิ, ๑- กึ ธมฺโม นามา"ติ วทติ, อยํ ธมฺเม อคารโว นาม.
โย ปน เถเรน ภิกฺขุนา อนชฺฌิฏฺโฐ ธมฺมํ เทเสติ, นิสีทติ ปญฺหํ กเถติ, วุฑฺเฒ ภิกฺขู ฆฏฺเฏนฺโต คจฺฉติ, ติฏฺฐติ นิสีทติ, ทุสฺสปลฺลตฺถิกํ วา หตฺถปลฺลตฺถิกํ วา กโรติ, สํฆมชฺเฌ อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตุปาหนํ ธาเรติ, "ภิกฺขุสํฆสฺส ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี"ติ วุตฺเตปิ "ตุณฺหี โหหิ, สํโฆ สํโฆติ วทสิ, กึ สํโฆ, มิคสงฺโฆ อชสงฺโฆติอาทีนิ วทติ, อยํ สํเฆ อคารโว นาม. เอกภิกฺขุสฺมิมฺปิ หิ อคารเว กเต สํเฆ กโตเยว โหติ. ติสฺโส สิกฺขา ปน อปริปูรยมาโนว สิกฺขาย น ปริปูรการี ๒- นาม.