[๑๐] เอวํ นิคนฺถานํ อุปกฺกมสฺส อผลตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิยฺยานิกสาสเน อุปกฺกมสฺส วิริยสฺส จ สผลตํ ทสฺเสตุํ กถญฺจ ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนทฺธภูตนฺติ อนภิภูตํ. ทุกฺเขน อนภิภูโต นาม มนุสฺสตฺตภาโว วุจฺจติ, น ตํ อทฺธภาเวติ นาภิภวตีติ อตฺโถ. ตํปิ นานปฺปการาย ทุกฺกรการิกาย ปโยเชนฺโต ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ นาม. เย ปน สาสเน ปพฺพชิตฺวา อารญฺญกา
เถโร ปนาห:- โย อสฺสรกุเล นิพฺพตฺโต สตฺตวสฺสิโก หุตฺวา อลงฺกตปฺปฏิยตฺโต ปิตุ องฺเก นิสินฺโน ฆเร ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา นิสินฺเนน ภิกฺขุสํเฆน อนุโมทนาย กริยมานาย ติสฺโส สมฺปตฺติโย ทสฺเสตฺวา สจฺเจสุ ปกาสิเตสุ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, มาตาปิตูหิ วา "ปพฺพชิสฺสสิ ตาตา"ติ วุตฺโต "อาม ปพฺพชิสฺสามี"ติ วตฺวา นฺหาเปตฺวา อลงฺกริตฺวา วิหารํ นีโต ตจปญฺจกํ อุคฺคณฺหิตฺวา นิสินฺโน เกเสสุ โอหาริยมาเนสุ ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, นวปพฺพชิโต วา ปน มโนสิลาเตลมกฺขิเตน ๑- สีเสน ปุนทิวเส มาตาปิตูหิ เปสิตํ กาชภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วิหาเร นิสินฺโนว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ น ทุกฺเขน อตฺตานํ อทฺธภาเวติ นาม. อยํ ปน อุกฺกฏฺฐสกฺกาโร. โย ทาสีกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต อนฺตมโส รชตมุทฺทิกมฺปิ ปิลนฺธิตฺวา โครกปิยงฺคุมตฺเตนาปิ ๒- สรีรํ วิลิมฺเปตฺวา "ปพฺพาเชถ นนฺ"ติ นีโต ขุรคฺเค วา ปุนทิวเส วา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยมฺปิ น ๓- อนทฺธภูตํ ๔- อตฺตานํ ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ นาม.
ธมฺมิกํ สุขํ นาม สํฆโต วา คณโต วา อุปฺปนฺนจตุปจฺจยสุขํ. อนธิมุจฺฉิโตติ ตณฺหามุจฺฉนาย อมุจฺฉิโต. ธมฺมิกํ หิ สุขํ น ปริจฺจชามีติ น ตตฺถ เคโธ กาตพฺโพ. สํฆโต หิ อุปฺปนฺนํ สลากภตฺตํ วา วสฺสาวาสิกํ วา "อิทมตฺถํ เอกนฺ"ติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา สํฆมชฺเฌ ภิกฺขูนํ อนฺตเร ปริภุญฺชนฺโต ปตฺตนฺตเร ปทุมํ วิย สีลสมาธิวิปสฺสนามคฺคผเลหิ วฑฺฒติ. อิมสฺสาติ ปจฺจุปฺปนฺนานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ มูลภูตสฺส. ทุกฺขนิทานสฺสาติ ตณฺหาย. สา หิ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขนิทานํ. สงฺขารํ ปทหโตติ สมฺปโยควิริยํ กโรนฺตสฺส. วิราโค โหตีติ มคฺเคน วิราโค โหติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ "สงฺขารปฺปธาเนน เม อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหตี"ติ. เอวํ ปชานาตีติ อิมินา สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา กถิตา. ทุติยวาเรน ตสฺส สมฺปโยควิริยสฺส มชฺฌตฺตตากาโร กถิโต. โส ยสฺส หิ ขฺวสฺสาติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ:- โส ปุคฺคโล ยสฺส ทุกฺขนิทานสฺส