[๓๘๕] อเจล. ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ขอข้าพเจ้าพึงได้บรรพชา ได้อุปสมบทใน พระธรรมวินัยนี้เถิด ฯ ปริพาชกชื่ออเจละ กัสสป ได้บรรพชา ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้แล้วแล ก็ แหละท่านพระกัสสปอุปสมบทแล้วไม่นาน เป็นผู้ผู้เดียวหลีกออกไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่ ไม่ช้าเท่าไร ก็ได้เข้าถึงประโยชน์ที่กุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกจากเรือนบวช เป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ อันไม่มี ประโยชน์อื่นยิ่งกว่า เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ทำให้ แจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันอยู่ ได้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งกว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่ จบแล้วกิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แลท่านพระกัสสปได้ เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งแล้ว ฯ
[๓๘๖] ครั้นสมัยต่อมา ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆหลัง แล้ว กล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา ฯ ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหาร ทุกๆ หลัง แล้ว กล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา นี้ พวก ข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ
[๓๘๗] ครั้งนั้นแล ท่านพระพักกุละ นั่งปรินิพพานแล้วในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ฯ ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละนั่งปรินิพพานแล้วในท่าม กลางภิกษุสงฆ์ นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่า อัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ อีกประการหนึ่ง ฯ จบ พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ที่ ๔ __________ ๕. ทันตภูมิสูตร (๑๒๕)