คำว่า สมนฺตจกฺขุ เป็นชื่อของสัพพัญญุตญาณ.

คำว่า ธมฺมจกฺขุ เป็นชื่อของมรรคญาณทั้ง ๓.

พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า อปฺปรชกฺเข เป็นต้นดังต่อไปนี้

ก็ชนเหล่าใดมีธุลีคือกิเลสมีราคะเป็นต้นในจักขุคือปัญญาน้อยโดยนัยดังกล่าวแล้ว ชนเหล่านั้นชื่อว่าอัปปรชักขะ ผู้มีธุลีคือกิเลสในดวงตาน้อย. ชนเหล่าใดมีธุลีคือกิเลสในดวงตามาก ชนเหล่านั้นชื่อว่ามหารชักขะ ผู้มีกิเลสในดวงตามาก. ชนเหล่าใดมีอินทรีย์มีศรัทธาเป็นต้นแก่กล้า ชนเหล่านั้นชื่อว่าติกขินทรียะ มีอินทรีย์แก่กล้า. ชนเหล่าใดมีอินทรีย์เหล่านั้นน้อย ชนเหล่านั้นชื่อว่ามุทินทรียะ มีอินทรีย์อ่อน. ชนเหล่าใดมีอาการมีศรัทธาเป็นต้นดี ชนเหล่านั้นชื่อว่าสวาการ มีอาการดี. ชนเหล่าใดกำหนดเหตุที่เขาแสดงแล้ว สามารถให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย ชนเหล่านั้นชื่อว่าสุวิญญาปยะ จะพึงสอนให้รู้ได้โดยง่าย. ชนเหล่าใดเห็นปรโลกและโทษว่าเป็นภัย ชนเหล่านั้นชื่อว่า ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวี.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๐๒๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อายาจนสูตร”