บทว่า อุปสมฺปชฺช ได้แก่ ได้เฉพาะคือสำเร็จผลอยู่แล้ว. ก็ท่านพระพรหมเทวะอยู่ด้วยประการฉะนี้ ได้รู้ชัดแล้ว ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงปัจจเวกขณภูมิของท่าน ด้วยบทนี้.

ถามว่า ก็ชาติไหนของท่านพรหมเทวะนั้นสิ้นแล้ว และท่านพรหมเทวะรู้ชัด ข้อนั้นได้อย่างไร.

ตอบว่า ชาติส่วนอดีตของท่านพรหมเทวะนั้น ชื่อว่าสิ้นแล้วไม่ได้ก่อน เพราะสิ้นไปในกาลก่อนเสียแล้ว ชาติส่วนอนาคต ชื่อว่าสิ้นแล้วก็ไม่ได้ เพราะไม่มีความพยายามในชาตินั้น ชาติส่วนปัจจุบันก็ชื่อว่าสิ้นแล้วไม่ได้ เพราะยังมีอยู่. แต่ชาติใดต่างโดยเป็นขันธ์เดียว ขันธ์ ๔ และขันธ์ ๕ ในบรรดาเอกโวการภพ จตุโวการภพและปัญจโวการภพ พึงเกิดขึ้น เพราะยังมิได้อบรมมรรค ชาตินั้นชื่อว่าสิ้นแล้ว เพราะถึงความไม่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เพราะอบรมมรรคแล้ว. ท่านพรหมเทวะนั้นพิจารณากิเลสที่ละได้ด้วยมรรคภาวนา ย่อมรู้ชาตินั้นว่า กรรมแม้มีอยู่ก็ไม่เป็นเหตุให้ปฏิสนธิต่อไป เพราะไม่มีกิเลส.

บทว่า วุสิตํ ความว่า อยู่แล้ว อยู่รอบแล้ว. อธิบายว่า กระทำแล้ว ประพฤติแล้ว คือให้สำเร็จแล้ว.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๐๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. พรหมเทวสูตร”