ครั้งนั้น โคงานที่เทียมแอกเกวียนเล่มหน้า เมื่อเดินทางได้วกกลับมายังทางที่มาแล้วเสีย เกวียนทุกเล่มก็วกกลับอย่างนั้นเหมือนกัน กว่าจะรู้ได้ก็ต่อเมื่ออรุณขึ้น.
แลในครั้งนั้น พวกพ่อค้าเกวียนจะข้ามพ้นทางกันดารได้ ใช้เวลาหนึ่งวัน ฟืนและน้ำก็หมดสิ้นทุกอย่าง. ฉะนั้น พวกมนุษย์เขาคิดว่า คราวนี้พวกเราตายหมด ผูกโคที่ล้อแล้วเข้าไปนอนที่ร่มเงาเกวียน.
แม้พระดาบสก็ออกจากบรรณศาลาแต่เช้าตรู่ นั่งที่ประตูบรรณศาลา แลดูแม่น้ำคงคา ได้เห็นแม่น้ำคงคาเต็มเปี่ยมด้วยห้วงน้ำใหญ่ไหลมาเหมือนแท่งแก้วมณี ครั้นเห็นแล้วจึงคิดว่า ในโลกนี้มีเหล่าสัตว์ที่ลำบากเพราะไม่มีน้ำที่อร่อยเห็นปานนี้หรือหนอ.
พระดาบสนั้นเมื่อรำพึงอยู่อย่างนั้น เห็นหมู่เกวียนนั้นในทะเลทราย คิดว่าสัตว์เหล่านี้จงอย่าพินาศ จึงอธิษฐานด้วยอภิญญาจิตว่า ขอท่อน้ำใหญ่จงเซาะข้างโน้นบ้างสู่ข้างนี้บ้าง แล้วไหลตรงไปยังหมู่เกวียนในทะเลทราย. พร้อมด้วยจิตตุปบาท น้ำได้ไปในที่นั้นเหมือนไปสู่เหมืองอันเจริญ พวกมนุษย์ลุกขึ้นเพราะเสียงน้ำ เห็นน้ำแล้วต่างร่าเริง ยินดี อาบดื่ม ให้โคทั้งหลายดื่มน้ำแล้ว ได้ไปถึงที่ที่ตนปรารถนาโดยสวัสดี.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที