ลำดับนั้น พราหมณ์พอลืมตาขึ้นเท่านั้น เจ้าหนี้คนหนึ่งก็กล่าวกะพราหมณ์นั้นว่าจะทำอย่างไรละพราหมณ์ หนี้ที่ท่านกู้ในภายหลังและเมื่อก่อน ดอกเบี้ยเพิ่มพูนขึ้น ท่านยังจะต้องเลี้ยงธิดา ๗ คน บัดนี้ พวกเจ้าหนี้มาล้อมเรือน ท่านจงไปทำการงาน ดังนี้แล้ว ใช้เท้าถีบปลุกให้ตื่น. เขาหมายเอาเรื่องนั้นจึงกล่าวคาถานี้.

บทว่า อิณายิกา ได้แก่ ผู้มีของให้เขากู้หนี้จากมือ.

ได้ยินว่า พราหมณ์นั้น กู้หนี้จากมือของคนบางคน ๑ กหาปณะ บางคน ๒ กหาปณะ บางคน ๑๐ กหาปณะ บางคน ๑๐๐ กหาปณะ รวมความว่า พราหมณ์ได้กู้หนี้จากมือของคนหลายคน. เจ้าหนี้เหล่านั้น เมื่อไม่เห็นพราหมณ์ตอนกลางวัน คิดจะจับเขากำลังออกจากเรือนทีเดียว จึงไปทวงตอนใกล้รุ่ง. พราหมณ์หมายเอาเรื่องนั้น จึงกล่าวคาถานี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพราหมณ์นั้นพรรณนาความทุกข์ด้วยคาถา ๗ คาถาเหล่านี้ เมื่อจะทรงแสดงว่า พราหมณ์ ทุกข์ที่ท่านพรรณนามานั้นทั้งหมดไม่มีแก่เรา จึงใช้คาถาตอบพราหมณ์ขยายพระธรรมเทศนา. เพื่อจะแสดงว่า พราหมณ์ฟังพระคาถาเหล่านั้น เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า ตั้งอยู่ในสรณะ ๓ บวชแล้วบรรลุพระอรหัต จึงตรัสพระดำรัสว่า เอวํ วุตฺเต ภารทฺวาโช เป็นต้น.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๑๘๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. พหุธิติสูตร”