บทว่า ยุคนงฺคลํ ได้แก่ แอกและไถ. เหมือนอย่างว่า พราหมณ์มีแอกและไถฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงมีปัญญา ๒ อย่าง ฉันนั้น.

ใน ๒ อย่างนั้น แอกย่อมเป็นที่อาศัยของงอนไถ ข้างหน้าติดด้วยงอนไถ เป็นที่อาศัยของเชือกช่วยให้โคงานเดินไปพร้อมกันฉันใด ปัญญาก็ฉันนั้น ย่อมเป็นที่อาศัยแห่งธรรมทั้งหลายอันมีหิริเป็นประธาน ฉันนั้น.

อย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า กุศลธรรมทั้งหมดยิ่งด้วยปัญญา และว่าผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐที่สุด ดุจบรรดาดวงดาวทั้งหลาย พระจันทร์ประเสริฐสุดฉะนั้น ชื่อว่าอยู่ข้างหน้า เพราะอรรถว่าเป็นหัวหน้าแห่งกุศลธรรม.

อย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า ศีลก็ดี สิริก็ดี และธรรมของสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมติดตามคือคล้อยตามผู้มีปัญญา. แต่ปัญญาย่อมเนื่องด้วยหิริดุจงอนไถ เพราะไม่เกิดขึ้น โดยปราศจากหิริ ย่อมเป็นที่อาศัยของเชือกทั้งหลาย โดยเป็นนิสัยปัจจัยของเชือกคือสมาธิ กล่าวคือใจ ย่อมช่วยให้โคงานคือวิริยะ เดินไปพร้อมกัน เพราะห้ามการปรารภเพียรเกินไปและความย่อหย่อนเกินไป. ไถประกอบด้วยผาล ย่อมทำลายความทึบของแผ่นดินในการไถ ทำลายความสืบต่อแห่งมูลดินฉันใด

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๒๒๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กสิสูตร”