ใน ๓ อย่างนั้น เชือกของพราหมณ์ย่อมทำงอนไถแอกและโคงานให้ปฏิบัติในกิจของตนฉันใด สมาธิของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น ผูกธรรมคือหิริปัญญาและวิริยะเหล่านั้นทั้งหมดไว้ในอารมณ์เดียวกัน โดยสภาวะคือไม่ซัดส่าย ให้ปฏิบัติในหน้าที่ของตน. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า มโน โยตฺตํ ดังนี้.

ชื่อว่าสติ เพราะอรรถว่าระลึกถึงความมีกิจที่ทำไว้นานเป็นต้นได้. ชื่อว่าผาละ เพราะอรรถว่าผ่า. ชื่อว่าปาชนะ เพราะอรรถว่าเป็นเครื่องขับไป. ในที่นี้ท่านกล่าวว่า ปาจนะ.

บทว่า ปาจนะ นั้นเป็นชื่อของประตัก. ผาลและประตักชื่อว่า ผาลปาจนะ. สติที่ประกอบด้วยวิปัสสนา และประกอบด้วยมรรคของพระผู้มีพระภาคเจ้า เปรียบเหมือนผาลและประตักของพราหมณ์.

พึงทราบวินิจฉัยในข้อนั้นดังต่อไปนี้

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๒๒๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. กสิสูตร”