พวกภิกษุทราบกำลังของสามเณรนั้น จึงเชื้อเชิญว่า พ่อเณรจงกล่าวบทสรภัญญะเถิด. สามเณรนั้นไม่นำอะไรมาอ้างว่า ลมเสียดแทงหัวใจของผม หรือโรคไอรบกวน ขึ้นธรรมาสน์ กล่าวบทสรภัญญะ เหมือนยังแม่น้ำคงคาในอากาศให้ตกลงอยู่ฉะนั้น ลงมากล่าวว่า ขอส่วนบุญในสรภัญญะนี้จงมีแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้าเถิด.

ส่วนมารดาบิดาของสามเณรนั้นไม่รู้ว่าส่วนบุญสามเณรนั้นให้แล้ว.

ก็มารดาของสามเณรในอัตภาพก่อนนั้นเกิดเป็นนางยักษิณี นางมากับพวกเทวดาฟังธรรมแล้ว จึงกล่าวว่า ลูก ข้าพเจ้าขออนุโมทนาส่วนบุญอันสามเณรให้แล้ว.

ก็ธรรมดาพวกภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเป็นที่รักของโลกพร้อมทั้งเทวโลกด้วยประการฉะนี้. เหล่าเทวดามีความละอาย มีความเคารพในสามเณรนั้น ย่อมสำคัญสามเณรนั้นเหมือนท้าวมหาพรหมและเหมือนกองไฟ ยกนางยักษิณีนั้นขึ้นเป็นที่เคารพ ดูแลด้วยความเคารพในสามเณร ได้ให้อาสนะ น้ำ ก้อนข้าวอันล้ำเลิศแก่นางยักษิณี ด้วยสำคัญว่ามารดาของสานุ ดังนี้ ในสถานที่ฟังธรรมและยักขสมาคมเป็นต้น พวกยักษ์ผู้มีศักดิ์ใหญ่ พบนางยักษิณีนั้นหลีกทางให้ ลุกจากอาสนะ.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๔๖๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. สานุสูตร”