นัยว่า ยักษ์นั้นเกิดความอายในบริษัท เพราะฉะนั้น จึงได้ทำอย่างนั้น ด้วยคิดว่า ใครๆ อย่าได้ยินในท่ามกลางบริษัท.
ในกาลนั้น สาตาคิริยักษ์และเหมวตายักษ์คิดว่า เราถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าในพระเชตวันแล้วจักไปสมาคมยักษ์ พร้อมกับบริวารไปทางอากาศด้วยยานต่างๆ กัน. ก็ในอากาศทุกแห่งไม่มีทางสำหรับพวกยักษ์เลย. ทางกับทางจดกันถึงวิมานที่ลอยอยู่ในอากาศ. ส่วนวิมานของอาฬวกยักษ์ตั้งอยู่บนพื้นดินมีผู้รักษา ล้อมด้วยกำแพงมีซุ้มประตูจัดไว้ดีแล้วสูงสามโยชน์ เช่นหีบดินคาดด้วยข่ายโลหะข้างบน เบื้องบนวิมานนั้นมีทางเดิน.
ยักษ์เหล่านั้นมาถึงประเทศนั้นแล้วไม่สามารถจะไปได้. ก็ในส่วนเบื้องบนโอกาสที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งแล้ว จนถึงภวัคคพรหม ใครๆ ไม่สามารถจะไปได้. ยักษ์เหล่านั้นรำพึงว่า นี้อะไร เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงลงมาถวายบังคม เหมือนก้อนดินที่เขาซัดไปในอากาศแล้วตกลง ฟังธรรม ทำประทักษิณกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกข้าพระองค์จะไปยักขสมาคม เมื่อสรรเสริญวัตถุสามคือพระรัตนตรัยแล้ว ได้ไปยังยักขสมาคม.
อาฬวกยักษ์เห็นยักษ์เหล่านั้นถอยไป ได้ทำโอกาสว่า ขอท่านทั้งหลายจงนั่งที่นี้. ยักษ์เหล่านั้นประกาศแก่อาฬวกยักษ์ว่า อาฬวกะ ลาภของท่าน พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในที่อยู่ของท่าน ขอท่านผู้มีอายุจงเข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที