เป็นไปในเหตุในบทเป็นต้นว่า ๑๓- อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ (ก็เมื่อเหตุเกิดขึ้นย่อมต้องการบัณฑิต). ____________________________ ๘- วิ. มหาวิ. เล่ม ๑/ข้อ ๑ ๙- ที. มหา. เล่ม ๑๐/ข้อ ๑๖๙ ๑๐- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๑๑ ๑๑- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๒๐๙๐ ๑๒- สํ. ส. เล่ม ๑๕/ข้อ ๖๓๓ ๑๓- ขุ. ชา. เล่ม ๒๗/ข้อ ๙๒

ก็แลศัพท์ว่า อตฺถ ในที่นี้ เป็นไปในเหตุ. เพราะฉะนั้น เหตุแห่งการได้ปัญญาเป็นต้นที่เป็นไปในปัจจุบันอันใด และเหตุแห่งความละไปแล้วไม่มีความเศร้าโศกเป็นไปในสัมปรายภพอันใด เราย่อมรู้เหตุนั้นเองตามนัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วในวันนี้ บัดนี้ เรานั้นจะพึงถามสมณพราหมณ์เป็นอันมากอย่างไรเล่า ดังนี้ พึงทราบเนื้อความโดยสังเขปในข้อนี้อย่างนี้.

ยักษ์จึงกล่าวอย่างนี้ว่า ปชานามิ โย อตฺโถ สมฺปรายิโก (เหตุใดที่มีในสัมปรายภพเรารู้) เมื่อจะแสดงความที่ญาณนั้นเป็นเค้ามูลของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวว่า อตฺถาย วต เม พุทฺโธ (พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ เมืองอาฬวีเพื่อความประโยชน์แก่เรา).

ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถาย คือ เพื่อประโยชน์เกื้อกูล หรือเพื่อความเจริญ.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑,๕๔๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. อาฬวกสูตร”