ตอบว่า ผู้นี้ติสสะหรือปุสสะ ที่บุคคลประกาศโดยชื่อหรือโดยโคตรอย่างใดอย่างหนึ่ง.

คำว่า เพราะข้อที่ได้รับบอกนั้นย่อมไม่มีแก่ขีณาสวภิกษุนั้น คือ ข้อที่ได้รับบอกว่า ผู้นี้ชื่อติสสะหรือปุสสะนั้น ย่อมไม่มีแก่พระขีณาสพนั้น.

คำว่า เหตุที่จะพึงพูดถึงข้อที่ได้รับบอกจึงมิได้มีแก่ขีณาสวภิกษุนั้น อธิบายว่า ใครๆ พึงกล่าวถึงข้อที่รับบอกนั้นว่า ผู้นี้กำหนัดแล้วด้วยราคะใด หรือผู้นี้ถูกประทุษร้ายแล้วด้วยโทสะใด หรือว่าผู้นี้หลงแล้วโดยโมหะใด ดังนี้ เหตุเหล่านั้นแหละ ย่อมไม่มีแก่พระขีณาสพนั้น.

บทว่า โย มญฺญติ แปลว่า บุคคลใดย่อมสำคัญ. อธิบายว่า บุคคลใดย่อมสำคัญตนว่าเราเป็นผู้เสมอเขา หรือดีกว่าเขา หรือว่าเลวกว่าเขา. ด้วยคำนี้ทรงถือเอามานะ ๓ ซึ่งมีคำว่า เราดีกว่าเขา เป็นต้น. เมื่อมานะ ๓ เหล่านั้นอันพระองค์ทรงถือเอาแล้ว ก็ย่อมชื่อว่าทรงถือเอามานะ ๙ ทีเดียว.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑๙๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สมิทธิสูตร”