ตเมว พาลํ ผุสตีติ ตํเยว พาลํ อิธโลกปรโลเกสุ ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ผุสติ อนุพนฺธติ น วิชหติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ตเมว ผุสติ, ตสฺมา. วิเนยฺย มจฺเฉรนฺติ มจฺเฉรมลํ วิเนตฺวา. ทชฺชา ทานํ มลาภิภูติ มลาภิภู หุตฺวา ตํ มจฺเฉรมลํ อภิภวิตฺวา ทานํ ทเทยฺย.

เต มเตสุ น มิยฺยนฺตีติ อทานสีลตาย มรเณน มเตสุ น มิยฺยนฺติ. ยถา หิ มโต สมฺปริวาเรตฺวา ฐปิเต พหุมฺหิปิ อนฺนปานาทิมฺหิ "อิทํ อิมสฺส โหตุ, อิทํ อิมสฺสา"ติ อุฏฺฐหิตฺวา สํวิภาคํ น กโรติ, เอวํ อทานสีโลปีติ มตกสฺส จ อทานสีลสฺส จ โภคา สมสมา นาม โหนฺติ. เตน ทานสีลา เอวรูเปสุ มเตสุ น มิยฺยนฺตีติ อตฺโถ. อทฺธานํว สหพฺพชํ ๑- อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺตีติ ยถา อทฺธานํ กนฺตารมคฺคํ สห วชนฺตา ปถิกา สห วชนฺตานํ ปถิกานํ อปฺปสฺมึ ปาเถยฺเย สํวิภาคํ กตฺวา ปเวจฺฉนฺติ ททนฺติเยว, เอวเมว เย ๒- อนมตคฺคํ สํสารกนฺตารํ สห วชนฺตา สห วชนฺตานํ อปฺปสฺมึปิ เทยฺยธมฺเม สํวิภาคํ กตฺวา ททนฺติเยว, เต มเตสุ น มิยฺยนฺติ.

เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ เอส โปราณโก ธมฺโม, สนนฺตนานํ วา ปณฺฑิตานํ เอส ธมฺโมติ. อปฺปสฺสเมเกติ อปฺปกสฺมึ เทยฺยธมฺเม เอเก. ปเวจฺฉนฺตีติ ททนฺติ. พหุเนเก น ทิจฺฉเรติ พหุนาปิ โภเคน สมนฺนาคตา เอกจฺเจ น ททนฺติ. สหสฺเสน สมํ มิตาติ สหสฺเสน สทฺธึ มิตา, สหสฺสทานสทิสา โหติ.

ทุรนฺวโยติ ทุรนุคมโน, ทุปฺปูโรติ อตฺโถ. ธมฺมํ จเรติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ จรติ. โยปิ สมุญฺชกํ จเรติ โยปิ ขลมณฺฑลาทิโสธนปลาลโปฐนาทิวเสน สมุญฺชกํ จรติ. ทารํ จ โปสนฺติ ทารํ จ โปเสนฺโต. ททํ อปฺปกสฺมินฺติ อปฺปกสฺมึ ปณฺณสากมตฺตมฺหิปิ สํวิภาคํ กตฺวา ททนฺโตว โส ธมฺมํ จรติ. สตํ สหสฺสานนฺติ สหสฺสํ สหสฺสํ กตฺวา คณิตานํ ปุริสานํ สตํ, สตสหสฺสนฺติ อตฺโถ. สหสฺสยาคินนฺติ ภิกฺขุสหสฺสสฺส วา ยาโค กหาปณสหสฺเสน วา นิพฺพตฺติโต

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๑๓๓

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. มัจฉริสูตร”