เอตทโวจาติ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺโน ปสาทํ อาวิกโรนฺโต เอตํ "อภิกฺกนฺตนฺ"ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อภิกฺกนฺตนฺติ อติกนฺตํ ๒- อติอิฏฺฐํ อติมนาปํ, อติสุนฺทรนฺติ อตฺโถ. เอตฺถ เอเกน อภิกฺกนฺตสทฺเทน เทสนํ โถเมติ "อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนา"ติ. เอเกน อตฺตโน ปสาทํ "อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต ยทิทํ ภควโต ธมฺมเทสนํ อาคมฺม มม ปสาโท"ติ.

ตโต ปรํ จตูหิ อุปมาหิ เทสนํเยว โถเมติ. ตตฺถ นิกฺกุชฺชิตนฺติ อโธมุขฐปิตํ, เหฏฺฐามุขชาตํ วา. อุกฺกุชฺเชยฺยาติ อุปริ มุขํ กเรยฺย. ปฏิจฺฉนฺนนฺต ติณาทิฉาทิตํ. ๓- วิวเรยฺยาติ อุคฺฆาเฏยฺย. มูฬฺหสฺสาติ ทิสามูฬฺหสฺส. มคฺคํ อาจิกฺเขยฺยาติ หตฺเถ คเหตฺวา "เอส มคฺโค"ติ วเทยฺย. อนฺธกาเรติ กาฬปกฺขจาตุทฺทสีอฑฺฒรตฺตฆนวนสณฺฑเมฆปฏเลหิ จตุรงฺเค ตเม. ๔- อิทํ วุตฺตํ โหติ:- ยถา โกจิ นิกฺกุชฺชิตํ อุกฺกุชฺเชยฺย, เอวํ สทฺธมฺมวิมุขํ อสทฺธมฺเม ปติตํ มํ สทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปนฺเตน, ยถา ปฏิจฺฉนฺนํ วิวเรยฺย, เอวํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานา ปภูติ มิจฺฉาทิฏฺฐิคหณปฏิจฺฉนฺนํ สาสนํ วิวรนฺเตน, ยถา มูฬฺหสฺส มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, เอวํ กุมฺมคฺคมิจฺฉามคฺคปฏิปนฺนสฺส เม สคฺคโมกฺขมคฺคํ อาวิกโรนฺเตน, ยถา อนฺธกาเร เตลปโชตํ ธาเรยฺย, เอวํ โมหนฺธกาเร นิมุคฺคสฺส ๕- เม พุทฺธาทิรตนรูปานิ อปสฺสโต ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหนฺธการวิทฺธํสกเทสนาปโชตํ ธาเรนฺเตน ๖- มยฺหํ ภควตา เอเตหิ ปริยาเยหิ ปกาสิตตฺตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. ๗-

เอวํ เทสนํ โถเมตฺวา อิมาย เทสนาย รตนตฺตยปสนฺนจิตฺโต ปสนฺนาการํ กโรนฺโต เอสาหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาหนฺติ เอโส อหํ. ภควนฺตํ สรณํ

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๒๙๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ทหรสูตร”