สํวาเสนาติ สห วาเสน. สีลํ เวทิตพฺพนฺติ อยํ สุสฺสีโล วา ทุสฺสีโล วาติ สํวสนฺเตน อุปสงฺกมนฺเตน ชานิตพฺโพ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา น อิตฺตรนฺติ ตญฺจ สีลํ ทีเฆน กาเลน เวทิตพฺพํ, น อิตฺตเรน. ทฺวีหตีหญฺหิ สํยตากาโร จ สํวุตินฺทฺริยากาโร จ น ๖- สกฺกา ทสฺเสตุํ. มนสิกโรตาติ ตมฺปิ ๗- สีลมสฺส ปริคฺคหิสฺสามีติ มนสิกโรนฺเตน ปจฺจเวกฺขนฺเตเนว สกฺกา ชานิตุํ, น อิตฺตเรน. ปญฺญวตาติ ตมฺปิ สปฺปญฺเญเนว ปณฺฑิเตน. พาโล หิ มนสิกโรนฺโตว ๘- ชานิตุํ น สกฺโกติ.
สํโวหาเรนาติ กถเนน.
"โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ โวหารํ อุปชีวติ
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ"ติ ๙- เอตฺถ หิ พฺยวหาโร โวหาโร ๑๐- นาม. "จตฺตาโร อริยโวหารา จตฺตาโร อนริยโวหารา"ติ ๑๑- เอตฺถ เจตนา. "สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติโวหาโร"ติ ๑๒- เอตฺถ ปญฺญตฺติ. "โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา"ติ ๑๓- เอตฺถ กถาโวหาโร. อิธาปิ เอโสว อธิปฺเปโต. เอกจฺจสฺส หิ สมฺมุขา กถา ปรมฺมุขาย กถาย น สเมติ ปรมฺมุขา กถา จ สมฺมุขาย กถาย, ตถา ปุริมกถา ปจฺฉิมกถาย,