ตสฺมึ จ สมเย เตสุ พฺราหฺมเณสุ เกจิ ภุตฺตา ๒- โหนฺติ, เกจิ ภุญฺชมานา, เกจิ หตฺเถ โอตาริตมตฺตา, เกสญฺจิ โภชนํ ปุรโต ฐปิตมตฺตํ โหติ. เต ตํ สทฺทํ สุตฺวาว สิเนรุมตฺเตน มุคฺคเรน สีเส ปหตา วิย กณฺเณสุ สูเลน วิทฺธา วิย ทุกฺขโทมนสฺสํ ปฏิสํเวทยมานา "อิมินา อญฺญลทฺธิเกน มยํ ฆรํ ปเวสิตา"ติ กุชฺฌิตฺวา หตฺเถ ปิณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา มุเขน คหิตํ นุฏฺฐหิตฺวา ๓- ธนุํ ทิสฺวา กากา วิย พฺราหฺมณํ อกฺโกสมานา ทิสาวิทิสา ปกฺกมึสุ. พฺราหฺมโณ เอวํ ภิชฺชิตฺวา คจฺฉนฺเต พฺราหฺมเณ ทิสฺวา พฺราหฺมณึ สีสโต ปฏฺฐาย โอโลเกตฺวา "อิทเมว ภยํ สมฺปสฺสมานา มยํ หิยฺโย ปฏฺฐาย โภตึ ยาจนฺตา น ลภิมฺหา"ติ นานปฺปกาเรหิ พฺราหฺมณึ อกฺโกสิตฺวา เอตํ "เอวเมว ปนา"ติอาทิวจนํ อโวจ.

อุปสงฺกมีติ "สมโณ โคตโม คามนิคมรฏฺฐปูชิโต, น สกฺกา คนฺตฺวา ยํ วา ตํ วา วตฺวา สนฺตชฺเชตุํ, เอกเมว นํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี"ติ คจฺฉนฺโตว "กึสุ ฆตฺวา"ติ ๔- คาถํ อภิสงฺขริตฺวา "สเจ `อสุกสฺส นาม วธํ โรเจมี'ติ วกฺขติ, อถ นํ `เย ตุยฺหํ น รุจฺจนฺติ, เต มาเรตุกาโมสิ, โลกวธาย อุปฺปนฺโน, กึ ตุยฺหํ สมณภาเวนา'ติ นิคฺคณฺหิสฺสามิ. สเจ `น กสฺสจิ วธํ โรเจมี'ติ วกฺขติ, อถ นํ `ตุวํ ราคาทีนํปิ วธํ น อิจฺฉสิ, กสฺมา สมโณ หุตฺวา อาหิณฺฑสี"ติ นิคฺคณฺหิสฺสามิ. อิติ อิมํ อุภโตโกฏิกํ ปญฺหํ สมโณ โคตโม เนว คิลิตุํ น อุคฺคิลิตุํ สกฺขิสฺสตี"ติ จินฺเตตฺวา อุปสงฺกมิ. สมฺโมทีติ อตฺตโน ปณฺฑิตตาย กุทฺธภาวํ อทสฺเสตฺวา มธุรกถํ กเถนฺโต สมฺโมทิ. ปโญฺห เทวตาสํยุตฺเต กถิโต. เสสํปิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตเมวาติ. ปฐมํ.

@๓ ฉ.ม. นิฏฺฐุภิตฺวา, สี. นุฏฺฐุภิตฺวา, อิ. นุฏฐุมฺภิตฺวา ๔ ฉ.ม. เฉตฺวาติ

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๔๗๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ธนัญชานีสูตร”