@๓ ม.ม. ๑๓/๑๘๓,๔๓๒/๑๕๘,๔๒๐ กีฏาคิริ..., จงฺกีสุตฺต
ปญฺญา เมติ เอตฺถ วุตฺโต เมสทฺโท ปุริมปเทสุปิ โยเชตพฺโพ "สทฺธา เม พีชํ, ตโป เม วุฏฺฐี"ติ. เตน กึ ทีเปติ? ยถา พฺราหฺมณ ตยา วปิเต เขตฺเต สเจ วุฏฺฐิ อตฺถิ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อตฺถิ, อุทกมฺปิ ตาว ทาตพฺพํ โหติ. ตถา มยา หิริอีเส ปญฺญายุคนงฺคเล มโนโยตฺเตน เอกาพทฺเธ กเต วิริยพลิพทฺเท โยเชตฺวา สติปาจเนน วิชฺฌิตฺวา อตฺตโน จิตฺตสนฺตานเขตฺตมฺหิ สทฺธาพีเช วปิเต วุฏฺฐิยา อภาโว นาม นตฺถิ ๑- อยมฺปน เม นิจฺจกาลํ อินฺทฺริยสํวรตโป วุฏฺฐีติ.
ปญฺญาติ กามาวจราทิเภทโต อเนกวิธา, อิธ ปน สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญา อธิปฺเปตา. ยุคนงฺคลนฺติ ยุคญฺจ นงฺคลญฺจ ยุคนงฺคลํ. ยถา หิ พฺราหฺมณสฺส ยุคนงฺคลํ, เอวํ ภควโต ทุวิธาปิ วิปสฺสนา ปญฺญา จ ๒- ตตฺถ ยถา ยุคํ อีสาย อุปนิสฺสยํ โหติ, ปุรโต ๓- จ อีสาพทฺธํ โหติ, โยตฺตานํ นิสฺสยํ โหติ, พลิพทฺทานํ เอกโต คมนํ ธาเรติ, ๔- เอวํ ปญฺญาปิ ๕- หิริปฺปมุขานํ ธมฺมานํ อุปนิสฺสยา โหติ. ยถาห "ปญฺญุตฺตรา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา"ติ ๖- จ, "ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ, นกฺขตฺตราชาริว ตารกานนฺ"ติ ๗- จ. กุสลานํ ธมฺมานํ ปุพฺพงฺคมฏฺเฐน ปุรโต จ โหติ. ยถาห "สีลํ สิรี จาปิ ๘- สตญฺจ ธมฺโม, อนุคตา ๙- อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺตี"ติ. หิริวิปฺปโยเคน อนุปฺปตฺติโต ปน อีสาพทฺธา โหติ. มโนสงฺขาตสฺส สมาธิโยตฺตสฺส นิสฺสยปจฺจยโต โยตฺตานํ นิสฺสโย ๑๐- โหติ. อจฺจารทฺธาติลีนภาวปฏิเสธนโต วิริยพลิพทฺทานํ เอกโต คมนํ ธาเรติ, ๑๑- ยถา จ นงฺคลํ ผาลยุตฺตํ กสนกาเล ปฐวีฆนํ ภินฺทติ, มูลสนฺตานกานิ ปทาเลติ, เอวํ สติยุตฺตา ปญฺญา วิปสฺสนากาเล ธมฺมานํ สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนํ ภินฺทติ, สพฺพกิเลสมูลสนฺตานกานิ ปทาเลติ. สา จ โข โลกุตฺตราว, อิตรา ปน โลกิกาปิ สิยา. เตนาห "ปญฺญา เม ยุคนงฺคลนฺ"ติ.