@๓ ฉ.ม., อิ.วสนฏฺฐาเนหิ ๔ ฉ.ม., อิ.ธมฺมกถํ ๕ ก. ปาการปริกฺขิปสมีเป

@๖ ฉ.ม., อิ......สิงฺฆาณิกํ จีวรมาหร, วิฆาสาทานํ เทหี"ติ กเถนฺตสฺส สทฺโท สมนฺตา ทฺวาทสหตฺถมตฺตเมว คณฺหติ. ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส สเจปิ จกฺกวาฬปริยนฺตํ กตฺวา ปริสา นิสีทติ, ยถาปริสํ คจฺฉติ, พหิปริสาย เอกงฺคุลิมตฺตมฺปิ น นิคจฺฉติ "มา อการณา มธุรสทฺโท นสฺสี"ติ. ตตฺรายํ ยกฺขินี พหิปริสาย ฐิตา สทฺทํ น สุณาติ, ทฺวารโกฏฺฐเก ฐิตาย ปนสฺสา มหติยา พุทฺธวีถิยา อภิมุเข ฐิตาย ๑- คนฺธกุฏิ ปญฺญายิ. สา นิวาเต ทีปสิขา วิย พุทฺธคารเวน หตฺถกุกฺกุจฺจาทิวิรหิตํ นิจฺจลํ ปริสํ ทิสฺวา "นูน เจตฺถ กิญฺจิ ภณฺฑภาชนียํ ๒- ภวิสฺสติ, ยโต อหํ สปฺปิเตลมธุผาณิตาทีสุ กิญฺจิเทว ปตฺตโต วา หตฺถโต วา ปคฺฆรนฺตํ ภูมิยํ วา ปน ปติตํ ลภิสฺสามี"ติ อนฺโตวิหารํ ปาวิสิ. ทฺวารโกฏฺฐเก อวรุทฺธกานํ นิวารณตฺถาย ฐิตา อารกฺขเทวตา ยกฺขินิยา อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา น นิวาเรสิ. ตสฺสา สห ปริสาย เอกีภาวคมเนน มธุรสฺสโร ฉวิอาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ อฏฺฐาสิ. ตํ ธมฺมสฺสวนตฺถาย นิจฺจลํ ฐิตํ ปุริมนเยเนว ปุตฺตกา โจทยึสุ. สา "ธมฺมสฺสวนสฺส เม อนฺตรายํ กโรนฺตี"ติ ปุตฺตเก ตุณฺหี อุตฺตริเก โหหีติ เอวํ โตเสสิ.

ตตฺถ ยาวาติ ยาว ธมฺมํ สุณามิ, ตาว ตุณฺหี โหถาติ ๓- อตฺโถ. สพฺพคนฺถปฺปโมจนนฺติ นิพฺพานํ อาคมฺม สพฺเพ คนฺถา ปมุจฺจนฺติ, ตสฺมา ตํ สพฺพคนฺถปฺปโมจนนฺติ วุจฺจติ. อติเวลาติ เวลาติกฺกนฺตา ปมาณาติกฺกนฺตา. ปิยายนาติ มคฺคนา ปตฺถนา. ตโต ปิยตรนฺติ ยา อยํ อสส ธมฺมสฺส มคฺคนา ปตฺถนา, อิทํ มยฺหํ ตโต ปิยตรนฺติ อตฺโถ. ปิยตราติ วา ปาโฐ. ปาณินนฺติ ยถา ปาณีนํ ทุกฺขา โมเจติ. เก โมเจตีติ. ปาณินนฺติ ๔- อาหริตฺวา วตฺตพฺพํ. ยํ ธมฺมํ อภิสมฺพุธนฺติ ยํ ธมฺมํ ภควา อภิสมฺพุทฺโธ. ตุณฺหีภูตายมุตฺตราติ น เกวลํ อหํ, ๕- อยํ เม ภคิณี อุตฺตราปิ ตุณฺหีภูตาติ วทติ. ๖- สทฺธมฺมสฺส อนญฺญายาติ อมฺม มยํ ปุพฺเพปิ อิมํ สทฺธมฺมเมว อชานิตฺวา อิทานิ อิทํ ขุปฺปิปาสาทิทุกฺขํ อนุภวนฺตา ทุกฺขํ จรามเส ทุกฺขํ วิหราม. ๗-

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๖๑๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. ปุนัพพสุสูตร”