@๖ สํ. สคา. ๑๕/๒๔๖/๒๕๙ อาฬวกสุตฺต, ขุ.สุตฺต. ๒๕/๑๙๑/๓๗๐ อาฬวกสุตฺต ทเมน สํยเมน สจฺจวชฺเชน *- อตฺถิ ปญฺญํ, อตฺถิ ปุญฺญสฺส อาคโม"ติ ๑- เอตฺถ อุโปสถกมฺมํ. "สกฺขิสฺสสิ โข ตฺวํ ปุณฺณ อิมินา ทมูปสเมน สมนฺนาคโต สุนาปรนฺตสฺมึ ชนปเท วิหริตุนฺ"ติ ๒- เอตฺถ อธิวาสนขนฺติ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ทโมติ สมาธิปกฺขิกธมฺมานํ เอตํ นามํ. เตเนวาห "น โมนมตฺถิ อสมาหิตสฺสา"ติ. ตตฺถ โมนนฺติ จตุมคฺคญาณํ, ตํ หิ มุนาตีติ โมนํ, จตุสจฺจธมฺเม ชานาตีติ อตฺโถ. มจฺจุเธยฺยสฺสาติ เตภูมิกวฏฺฏสฺส. ๓- ตญฺหิ มจฺจุโน ปติฏฺฐานฏฺเฐน มจฺจุเธยฺยนฺติ วุจฺจติ. ปารนฺติ ตสฺเสว ปารํ นิพฺพานํ. ตเรยฺยาติ ปฏิวิชฺเฌยฺย ปาปุเณยฺย วา. อิทํ วุตฺตํ โหติ:- เอโก อรญฺเญ วิหรนฺโต ปมตฺโต ปุคฺคโล มจฺจุเธยฺยสฺส ปารํ น ตเรยฺย น ปฏิวิชฺเฌยฺย น ปาปุเณยฺยาติ.
มานํ ปหายาติ อรหตฺตมคฺเคน นววิธํ มานํ ปชหิตฺวา. สุสมาหิตตฺโตติ อุปจารปฺปนาสมาธีหิ สุฏฺฐุ สมาหิตตฺโต. สุเจตโสติ ญาณสมฺปยุตฺตสุนฺทรจิตฺโต. ๔- ญาณวิปฺปยุตฺตจิตฺเตน หิ สุเจตโสติ น วุจฺจติ, ตสฺมา ญาณสมฺปยุตฺเตน สุเจตโส หุตฺวาติ อตฺโถ. สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโตติ สพฺเพสุ ขนฺธายตนาทีสุ วิปฺปมุตฺโต หุตฺวา. ตเรยฺยาติ เอตฺถ เตภูมิกวฏฺฏํ สมติกฺกมนฺโต นิพฺพานํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ตรตีติ ปฏิเวธตรณํ นาม วุตฺตํ. อิติ อิมาย คาถาย ติสฺโส สิกฺขา กถิตา โหนฺติ. กถํ? มาโน นามายํ สีลเภทโน ๕- ตสฺมา "มานํ ปหายา"ติ อิมินา อธิสีลสิกฺขา กถิตา โหติ. "สุสมาหิตตฺโต"ติ อิมินา อธิจิตฺตสิกฺขา. "สุเจตโส"ติ เอตฺถ จิตฺเตน ปญฺญา ทสฺสิตา, ตสฺมา อิมินา อธิปญฺญาสิกฺขา กถิตา. อธิสีลญฺจ นาม สีเล สติ โหติ, อธิจิตฺตํ จิตฺเต สติ, อธิปญฺญา ปญฺญาย สติ. ตสฺมา เอตฺถ ๖- สีลํ นาม ปญฺจปิ ทสปิ สีลานิ, ปาฏิโมกฺขสํวโร อธิสีลํ นามาติ เวทิตพฺพํ. อฏฺฐ สมาปตฺติโย จิตฺตํ, วิปสฺสนาปาทกชฺฌานํ อธิจิตฺตํ. กมฺมสฺสกตญาณํ ปญฺญา, วิปสฺสนา อธิปญฺญา. อนุปฺปนฺเนปิ หิ พุทฺธุปฺปาเท ปวตฺตตีติ ปญฺจสีลํ. ทสสีลํ สีลเมว. ปาฏิโมกฺขสํวรสีลํ พุทฺธุปฺปาเทเยว ปวตฺตตีติ อธิสีลํ. จิตฺตปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. อปิจ นิพฺพานํ ปตฺถยนฺเตน สมาทินฺนํ