@๔ ฉ.ม. ปูชเนยฺยํ ๕ ม. สญฺญมทาสิ ๖ ม. ตุณฺหีภูโต ๗ ฉ.ม., อิ. กริสฺสามีติ

ตทา สาตาคิริเหมวตา ๑- ภควนฺตํ เชตวเนเยว วนฺทิตฺวา "ยกฺขสฺส สมาคมํ คมิสฺสามา"ติ สปริวารา นานายาเนหิ อากาเสน คจฺฉนฺติ. อากาเส จ ยกฺขานํ สพฺพตฺถ มคฺโค นตฺถิ, ๒- อากาสฏฺฐานิ วิมานานิ ปริหริตฺวา มคฺคฏฺฐาเนเนว มคฺโค โหติ. อาฬวกสฺส ปน วิมานํ ภุมฺมฏฺฐํ สุคุตฺตํ ปาการปริกฺขิตฺตํ สุสํวิหิตทฺวารอฏฺฏาลกโคปุรํ อุปริกํสชาลสญฺฉนฺนมญฺชูสสทิสํ ติโยชนํ อุพฺเพเธน, ตสฺส อุปริ มคฺโค โหติ. เต ตํ ปเทสํ อาคมฺม คนฺตุํ นาสกฺขึสุ. พุทฺธานญฺหิ นิสินฺโนกาสสฺส อุปริภาเค ๓- ยาว ภวคฺคา โกจิ คนฺตุํ น สกฺโกติ. เต "กิมิทนฺ"ติ อาวชฺชิตฺวา ๔- ภควนฺตํ ทิสฺวา อากาเส ขิตฺตเลฑฺฑุกํ ๕- วิย โอรุยฺห วนฺทิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา "ยกฺขสมาคมํ คจฺฉาม ภควา"ติ ตีณิ วตฺถูนิ ปสํสนฺตา ยกฺขสมาคมํ อคมํสุ. อาฬวโก เต ทิสฺวา "อิธ นิสีทถา"ติ ปฏิกฺกมฺม โอกาสมกาสิ. ๖- เต อาฬวกสฺส นิเวเทสุํ "ลาภา เต อาฬวก, ๗- ยสฺส เต ภวเน ภควา วิหรติ, คจฺฉาวุโส ภควนฺตํ ปยิรุปาสสฺสู"ติ. เอวํ ภควา ภวเนเยว วิหาสิ, น ยสฺมึ นิโคฺรเธ อาฬวกสฺส ภวนํ, ตสฺส มูเลติ, เตน วุตฺตํ "เอกํ สมยํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อาฬวกสฺส ยกฺขสฺส ภวเน"ติ.

อถโข อาฬวโก ยกฺโข ฯเปฯ เอตทโวจ "นิกฺขม สมณา"ติ กสฺมา ปนายํ เอตทโวจ? โรเสตุกามตาย. ตเตฺรวํ อาทิโต ปภูติ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ:- อยํ หิ ยสฺมา อสทฺธสฺส สทฺธากถา ทุกฺกถา โหติ ทุสฺสีลาทีนํ สีลาทิกถา วิย, ตสฺมา เตสํ ยกฺขานํ สนฺติกา ภควโต ปสํสํ สุตฺวาเยว อคฺคิมฺหิ ปกฺขิตฺตโลณสกฺขรา วิย อพฺภนฺตเร โกเปน ตฏตฏายมานหทโย หุตฺวา "โก โส ภควา นาม, โย มม ภวนํ ปวิฏฺโฐ"ติ อาห. เต อาหํสุ "น ตฺวํ อาวุโส ชานาสิ ภควนฺตํ อมฺหากํ สตฺถารํ, โย ตุสิตภวเน ฐิโต ปญฺจมหาวิโลกิตํ วิโลเกตฺวา"ติอาทินา นเยน ยาว ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนา กเถนฺตา ปฏิสนฺธิอาทีสุ ทฺวตฺตึสปุพฺพนิมิตฺตานิ วตฺวา "อิมานิปิ ตฺวํ อาวุโส อจฺฉริยานิ น อทฺทสา"ติ โจเทสุํ. โส ทิสฺวาปิ โกธวเสน "นาทฺทสนฺ"ติ อาห. อาวุโส อาฬวก

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๖๓๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๒. อาฬวกสูตร”