@๓ ฉ.ม., อิ. กิเลสมลาปิ ๔ ฉ.ม. วิสตฺตตฺตา, อิ. ตเตฺรวาสตฺตวิสตฺตตฺตา
@๕ สี.อิมินาปิ อวิชฺโชฆตรณํ อรหตฺตมคฺคญฺจ อรหตฺตญฺจ ปกาเสติ. อิมาย จ อรหตฺตนิกูเฏน กถิตาย คาถาย ปริโยสาเน ยกฺโข โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ.
อิทานิ ตเมว "ปญฺญาย ปริสุชฺฌตี"ติ เอตฺถ วุตฺตํ ปญฺญาปทํ คเหตฺวา อตฺตโน ปฏิภาเณน โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต กถํสุ ลภเต ปญฺญนฺติ อิมํ ฉปฺปทํ คาถมาห. ตตฺถ กถํสูติ สพฺพตฺเถว อตฺถยุตฺติปุจฺฉา โหติ. อยํ หิ ปญฺญาทิอตฺถํ ญตฺวา ตสฺส ยุตฺตึ ปุจฺฉติ "กถํ กาย ยุตฺติยา เกน การเณน ปญฺญํ ลภตี"ติ. เอส นโย ธนาทีสุ.
อถสฺส ภควา จตูหิ การเณหิ ปญฺญาลาภํ ทสฺเสนฺโต สทฺทหาโนติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ:- เยน ปุพฺพภาเค กายสุจริตาทิเภเทน อปรภาเค จ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยเภเทน ธมฺเมน อรหนฺโต พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวกา นิพฺพานปฺปตฺตา, ตํ สทฺทหาโน อรหตํ ธมฺมํ นิพฺพานปตฺติยา โลกิยโลกุตฺตรปญฺญํ ลภติ, ตญฺจ โข น สทฺธามตฺตเกเนว. ยสฺมา ปน สทฺธาชาโต อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต ปยิรุปาสติ, ปยิรุปาสนฺโต โสตํ โอทหติ, โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ, ตสฺมา อุปสงฺกมนโต ปภูติ ยาว ธมฺมสฺสวเนน สุสฺสูสํ ลภติ. กึ วุตฺตํ โหติ:- ตํ ธมฺมํ สทฺทหิตฺวาปิ อาจริยูปชฺฌาเย กาเลน อุปสงฺกมิตฺวา วตฺตกรเณน ปยิรุปาสิตฺวา ยทา ปยิรุปาสนาย อาราธิตจิตฺตา กิญฺจิ วตฺตุกามา โหนฺติ, อถ อธิคตาย โสตุกามตาย โสตํ โอทหิตฺวา สุณนฺโต ลภตีติ. เอวํ สุสฺสูสํปิ จ สติอวิปฺปวาเสน อปฺปมตฺโต สุภาสิตทุพฺภาสิตญฺญุตาย วิจกฺขโณเอว ลภติ, น อิตโร. เตนาห "อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ"ติ.