@๔ ฉ.ม., อิ. ปโลเภสฺสามิ ๕ ม. โอภคฺควิภคฺเคน ๖ สี. ญายเร

@๗ ฉ.ม. ววตฺถานาภาวโต มชฺฌนฺติกาทีนํ ๑- อญฺญตรสฺมึปิ. เทหนิกฺเขปนํปิ "อิเธว มิยฺยมานานํ ๒- เทเหน ปติตพฺพํ, น อญฺญตฺถา"ติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. อนฺโตคาเม ชาตานญฺหิ พหิ คาเมปิ อตฺตภาโว ปตติ, พหิคาเมปิ ชาตานํ อนฺโตคาเมปิ. ตถา ถลชานํ ชเล, ชลชานํ ถเลติ อเนกปฺปการโต วิตฺถาเรตพฺพํ. คติปิ "อิโต จุเตน อิธ นิพฺพตฺติตพฺพนฺ"ติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตา. เทวโลกโต หิ จุตา มนุสฺเสสุปิ นิพฺพตฺตนฺติ, มนุสฺสโลกโต จุตา เทวโลกาทีนํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตนฺตีติ เอวํ ยนฺตยุตฺตโคโณ วิย คติปญฺจโก โลโก ๓- สมฺปริวตฺตติ. ตสฺเสว สมฺปริวตฺตโต "อิมสฺมึ นาม กาเล มรณํ ภวิสฺสตี"ติ อิมํ มรณสฺส กาลํ โวหํ น ชานามิ.

ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสตีติ อยํ กาโล มยฺหํ ปฏิจฺฉนฺโน อวิภูโต น ปญฺญายติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อยํ กาโล ปฏิจฺฉนฺโน น ปญฺญายติ, ตสฺมา ปญฺจ กามคุเณ อภุตฺวาว ภิกฺขามิ. มา มํ กาโล อุปจฺจคาติ เอตฺถ สมณธมฺมกรณกาลํ สนฺธาย "กาโล"ติ อาห. อยญฺหิ สมณธมฺโม นาม ปจฺฉิเม กาเล ติสฺโส วยสีมา ๔- อติกฺกนฺเตน โอภคฺเคน ทณฺฑปรายเนน ปเวธมาเนน กาสสาสาภิภูเตน น สกฺกา กาตุํ. ตทา หิ น สกฺกา โหติ อิจฺฉิติจฺฉิตํ พุทฺธวจนํ วา อุคฺคณฺหิตุํ, ธุตงฺคํ วา ปริภุญฺชิตุํ, อรญฺญวาสํ วา วสิตุํ, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปตฺตึ วา สมาปชฺชิตุํ, ปทภาณสรภญฺญธมฺมกถาอนุโมทนาทีนิ วา กาตุํ, ตรุณโยพฺพนกาเล ปเนตํ สพฺพํ สกฺกา กาตุนฺติ อยํ สมณธมฺมกรณกาโล มา มํ อุปจฺจคา, ยาว มํ นาติกฺกมติ, ตาว กาเม อภุตฺวาว สมณธมฺมํ กโรมีติ อาห.

ปฐวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวาติ สา กิร เทวตา "อยํ ภิกฺขุสมณธมฺมกรณสฺส กาลํ นาม กเถติ, อกาลํ นาม กเถติ, สเหตุกํ กเถติ สานิสํสนฺ"ติ เอตฺตาวตา จ เถเร ลชฺชํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา มหาพฺรหฺมํ วิย อคฺคิกฺขนฺธํ วิย จ นํ มญฺญมานา คารวชาตา อากาสา โอรุยฺห ปฐวิยํ อฏฺฐาสิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ปฐวิยํ ฐิตา, เยน ปนตฺเถน อาคตา, ปุนปิ ตเมว คเหตฺวา ทหโร ตฺวนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุสูติ ตรุโณ. กาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส. ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน.

เล่มที่ ๑๕ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค๙๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. สมิทธิสูตร”