@๓ ฉ.ม. คติปญฺจเก โลโก,อิ. คติปญฺจเก โลเก ๔ ฉ.ม. วโยสีมา เอกจฺโจ หิ ทหโรปิ สมาโน กาโณ วา โหติ กุณิอาทีนํ วา อญฺญตโร, โส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม น โหติ. ๑- โย ปน อภิรูโป โหติ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สพฺพสมฺปตฺติสมฺปนฺโน, ยํ ยเทว อลงฺการปริหารํ อิจฺฉติ, เตน เตน อลงฺกโต เทวปุตฺโต วิย จรติ, อยํ ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม โหติ. เถโร จ อุตฺตมรูปสมฺปนฺโน, เตน นํ เอวมาห.
อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสูติ กาเมสุ อกีฬิตกีโฬ อภุตฺตาวี, อกตกามกาโรติ ๒- อตฺโถ. มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวาติ เยภุยฺเยน หิ ตา อทิฏฺฐสจฺจา อวีตราคา อปรจิตฺตวิทูนิโย เทวตา ภิกฺขู ทสปิ วสฺสานิ วีสติปิ ฯเปฯ สฏฺฐีปิ วสฺสานิ ปริสุทฺธํ อขณฺฑํ พฺรหฺมจริยํ จรมาเน ทิสฺวา "อิเม ภิกฺขู มานุสเก ปญฺจ กามคุเณ ปหาย ทิพเพ กาเม ปตฺถยนฺตา สมณธมฺมํ กโรนฺตี"ติ สญฺญํ อุปฺปาเทนฺติ, อยํปิ ตเถว อุปฺปาเทสิ. ตสฺมา มานุสเก กาเม สนฺทิฏฺฐิเก, ทิพฺเพ จ กาลิเก กตฺวา เอวมาห.
น ขฺวาหํ อาวุโสติ อาวุโส อหํ สนฺทิฏฺฐิเก กาเม หิตฺวา น กาลิเก กาเม อนุธาวามิ น ปตฺเถมิ น ปิเหมิ. กาลิกญฺจ ขฺวาหํ อาวุโสติ อหํ โข อาวุโส กาลิกํ กามํ หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ โลกุตฺตรธมฺมํ อนุธาวามิ. อิติ เถโร จิตฺตานนฺตรํ อลทฺธพฺพตาย ทิพฺเพปิ มานุสเกปิ ปญฺจ กามคุเณ กาลิกาติ อกาสิ, จิตฺตานนฺตรํ ลทฺธพฺพตาย โลกุตฺตรธมฺมํ สนฺทิฏฐิกนฺติ. ปญฺจสุ กามคุเณสุ สโมหิเตสุปิ สมฺปนฺนกามสฺสาปิ กามิโน จิตฺตานนฺตรํ อิจฺฉิติจฺฉิตารมฺมณานุภวนํ น สมฺปชฺชติ. จกฺขุทฺวาเร อิฏฺฐารมฺมณํ อนุภวิตุกาเมน หิ จิตฺตการโปฏฺฐการ- รูปการาทโย ปกฺโกสาเปตฺวา "อิทํ นาม สชฺเชถา"ติ วตฺตพฺพํ โหติ, เอตฺถนฺตเร อเนกโกฏิสตสหสฺสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. อถ ปจฺฉา ตํ อารมฺมณํ สมฺปาปุณาติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. โสตาปตฺติมคฺคานนฺตรํ ปน โสตา ปตฺติผลเมว อุปฺปชฺชติ, อนฺตรา ๓- อญฺญสฺส จิตฺตสฺส วาโร นตฺถิ. เสสผเลสุปิ เอเสว นโยติ.