๓. โลกสูตร
เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๔๐๒ · บรรทัด ๓๑๒๔
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๔๐๒] สาวัตถีนิทาน ฯ พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้ทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ธรรมเท่าไรหนอแลเมื่อเกิดขึ้นแก่โลก ย่อมเกิดขึ้น เพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความอยู่ไม่สำราญ ฯ
[๔๐๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรมหาบพิตร ธรรม ๓ อย่างแล เมื่อเกิดขึ้นแก่โลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความ อยู่ไม่สำราญ ธรรม ๓ อย่างเป็น ไฉน ฯ ๑. ดูกรมหาบพิตร ธรรมคือความโลภแล เมื่อเกิดขึ้นแก่โลกย่อมเกิด ขึ้นเพื่อไม่เป็น ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความอยู่ไม่สำราญ ฯ ๒. ดูกรมหาบพิตร ธรรมคือโทสะความประทุษร้ายแล เมื่อเกิดขึ้น แก่โลก ย่อมเกิด ขึ้นเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความอยู่ไม่ สำราญ ฯ ๓. ดูกรมหาบพิตร ธรรมคือโมหะความหลงแล เมื่อเกิดขึ้นแก่โลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อ ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความอยู่ไม่สำราญ ฯ ดูกรมหาบพิตร ธรรม ๓ อย่างนี้แล เมื่อเกิดขึ้นแก่โลก ย่อมเกิดขึ้น เพื่อไม่เป็น ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความอยู่ไม่สำราญ ฯ
[๔๐๔] พระผู้มีพระภาคผู้พระสุคตศาสดา ครั้นตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้ จบลงแล้ว จึงได้ ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า โลภะ โทสะ และโมหะ อันบังเกิดแก่ตนย่อมเบียดเบียน บุรุษ ผู้มีใจ เป็นบาป ดุจผลของตนเบียดเบียนไม้เต่ารั้งฉะนั้น ฯ อิสสัตถสูตรที่ ๔
ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๔๐๒ หน้าที่ ๑๒๐ · ที่มา 84000.org