๕. สุภาษิตชยสูตร
เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๘๗๗ · บรรทัด ๗๑๗๔
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๘๗๗] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ฯลฯ
[๘๗๘] พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างพวกเทวดากับอสูรได้ประชิดกันแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติ จอมอสูรได้ตรัสกะท้าวสักกะจอมเทวดาว่าแน่จอมเทวดา เราจงเอาชนะกันด้วยการกล่าวคำ สุภาษิตเถิด ฯ ท้าวสักกะจอมเทวดาตรัสว่า แน่ะท้าวเวปจิตติ ตกลงเราจงเอาชนะกันด้วยการกล่าวคำ สุภาษิต ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พวกเทวดาและพวกอสูรได้ร่วมกันตั้งผู้ตัดสินว่า ผู้ตัดสิน เหล่านี้จักรู้ทั่วถึงคำสุภาษิต คำทุพภาษิต ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสกะท้าวสักกจอมเทวดา ว่า แน่ะจอมเทวดา ท่านจงตรัสคาถา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวเวปจิตติตรัสเช่นนี้ ท้าวสักกะ จอมเทวดาได้ตรัสกะท้าวเวปจิตติจอมอสูรว่าแน่ะท้าวเวปจิตติในเทวโลกนี้ท่านเป็นเทพมาก่อน ท่านจงกล่าวคาถาเถิด ฯ
[๘๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวสักกะตรัสเช่นนี้แล้ว ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสคาถานี้ว่า พวกคนพาลยิ่งกริ้วโกรธ ถ้าหากบุคคลไม่ตัดรอนเสีย ฉะนั้นนักปราชญ์ ผู้มีปัญญา จึงควรกำจัดคนพาลเสียด้วยอาญาอันรุนแรง ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสคาถาแล้ว เหล่าอสูรพากันอนุโมทนา พวกเทวดาต่างก็พากันนิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแลท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้กล่าวกะ ท้าวสักกะจอมเทวดาว่า แน่ะจอมเทวดา ท่านจงกล่าวคาถาเถิด ฯ
[๘๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวเวปจิตติตรัสเช่นนี้แล้ว ท้าวสักกะจอมเทวดาได้ ตรัสคาถานี้ว่า ฯ ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ เราเห็นว่าการระงับไว้ ได้ของผู้นั้น เป็นเครื่องตัดรอนคนพาล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อท้าวสักกะจอมเทวดาได้ภาษิตคาถาแล้ว พวกเทวดาพากัน อนุโมทนา เหล่าอสูรต่างก็นิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทวดาตรัสกะท้าว เวปจิตติจอมอสูรว่า ดูกรท้าวเวปจิตติ ท่านจงตรัสคาถาเถิด ฯ
[๘๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวสักกะตรัสเช่นนี้ ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสคาถา นี้ว่า ดูกรท้าววาสวะ เราเห็นโทษของการอดกลั้นนี่แหละ เพราะว่าเมื่อใด คนพาลสำคัญเห็นผู้นั้นว่า ผู้นี้อดกลั้นต่อเราเพราะความกลัว เมื่อนั้น คนพาลผู้ทรามปัญญายิ่งข่มขี่ผู้นั้นเหมือนโคยิ่งข่มขี่โคตัวแพ้ที่หนีไป ฉะนั้น ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวเวปจิตติจอมอสูรภาษิตคาถาแล้ว เหล่าอสูรพากันอนุโมทนา พวกเทวดาต่างก็นิ่ง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลำดับนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสกะท้าวสักกะ จอมเทวดาว่า แน่ะจอมเทวดา ท่านจงตรัสคาถาเถิด ฯ
[๘๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวเวปจิตติจอมอสูรตรัสเช่นนี้ ท้าวสักกะจอมเทวดา ได้ตรัสคาถาเหล่านี้ว่า บุคคลจงสำคัญเห็นว่า ผู้นี้อดกลั้นต่อเราเพราะความกลัวหรือหาไม่ก็ตามที ประโยชน์ทั้งหลายมีประโยชน์ของตนเป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์ยิ่งกว่าขันติ ไม่มี ผู้ใดแลเป็นคนมีกำลังอดกลั้นต่อคนทุรพลไว้ได้ ความอดกลั้น ไว้ได้ของผู้นั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าเป็นขันติอย่างยิ่ง คนทุรพล ย่อมจะอดทนอยู่เป็นนิตย์ บัณฑิตทั้งหลายเรียกกำลังของผู้ที่มีกำลัง อย่างคนพาลว่ามิใช่กำลัง ไม่มีผู้ใดที่จะกล่าวโต้ต่อผู้ที่มีกำลังอันธรรม คุ้มครองแล้วได้เลย เพราะความโกรธนั้น โทษอันลามกจึงมีแก่ผู้ที่ โกรธตอบผู้ที่โกรธแล้ว บุคคลผู้ไม่โกรธตอบผู้ที่โกรธแล้ว ย่อมชื่อว่าชนะ สงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับ ไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายตน และคนอื่น คนผู้ที่ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญเห็นผู้ที่รักษาประโยชน์ ของทั้งสองฝ่าย คือ ของตนและคนอื่น ว่าเป็นคนโง่ ดังนี้ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อท้าวสักกะจอมเทวดาได้ภาษิตคาถาเหล่านี้แล้วพวกเทวดาพากัน อนุโมทนา เหล่าอสูรต่างก็นิ่ง ฯ
[๘๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล ผู้ตัดสินทั้งของพวกเทวดาและพวกอสูรได้ กล่าวคำนี้ว่า ท้าวเวปจิตติจอมอสูรได้ตรัสคาถาทั้งหลายแล้วแล แต่คาถาเหล่านั้นมีความเกี่ยวเกาะ ด้วยอาชญา มีความเกี่ยวเกาะด้วยศาตรา เพราะเหตุเช่นนี้ จึงมีความหมายมั่น ความแก่งแย่ง ความทะเลาะวิวาท ท้าวสักกะจอมเทวดาได้ตรัสคาถาทั้งหลายแล้วแล ก็คาถาเหล่านั้นไม่เกี่ยวเกาะ ด้วยอาชญา ไม่เกี่ยวเกาะด้วยศาตรา เพราะเหตุเช่นนี้ จึงมีความไม่หมายมั่น ความไม่แก่งแย่ง ความไม่ทะเลาะวิวาท ท้าวสักกะจอมเทวดาชนะเพราะได้ตรัสคำสุภาษิต ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชัยชนะด้วยการกล่าวคำสุภาษิตได้เป็นของท้าวสักกะจอมเทวดาด้วย ประการฉะนี้แล ฯ กุลาวกสูตรที่ ๖
ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๘๗๗ หน้าที่ ๒๖๗ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นในปฐมวรรค
- ๑. สุวีรสูตรข้อ ๘๔๗ · บรรทัด ๖๙๔๔
- ๒. สุสิมสูตรข้อ ๘๕๕ · บรรทัด ๖๙๙๙
- ๓. ธชัคคสูตรข้อ ๘๖๓ · บรรทัด ๗๐๔๖
- ๔. เวปจิตติสูตรข้อ ๘๖๗ · บรรทัด ๗๑๑๓
- ๖. กุลาวกสูตรข้อ ๘๘๔ · บรรทัด ๗๒๔๓
- ๗. นทุพภิยสูตรข้อ ๘๘๗ · บรรทัด ๗๒๖๓
- ๘. วิโรจนอสุรินทสูตรข้อ ๘๙๐ · บรรทัด ๗๒๘๑
- ๙. อารัญญกสูตรข้อ ๘๙๕ · บรรทัด ๗๓๐๔
- ๑๐. สมุททกสูตรข้อ ๘๙๙ · บรรทัด ๗๓๒๗