แล้วทรงเหวี่ยงไปในอากาศ ท้าวอาสวะผู้สหัสสเนตร

ก็เอาผอบทองคำอย่างประเสริฐ รับไว้ด้วยเศียรเกล้า.

ในสมัยที่ท่านเป็นคฤหัสถ์ เมาลี (มวยผม) ของท่านใหญ่มาก. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเกิดมีชื่อเรียกว่า โมลิยผัคคุนะ. แม้ท่านจะบวชแล้ว คนก็ยังรู้จักตามชื่อนั้นนั่นแหละ.

บทว่า เอตทโวจ ได้แก่ ท่านเมื่อจะสืบต่อเทศนานุสนธิ ก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใครหนอนำวิญญาณาหารมา.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๑๐๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ผัคคุนสูตร”