พระศาสดาทรงทราบจิตของนกดุเหว่า ทอดพระเนตรดูอุปัฏฐาก. อุปัฏฐากนำบาตรออกวางไว้ในพระหัตถ์ของพระศาสดา. นกดุเหว่าวางมะม่วงสุกลงในบาตรของพระทศพล.
พระศาสดาประทับนั่งเสวยมะม่วงสุกในที่ตรงนั้นเอง. นกดุเหว่ามีจิตเลื่อมใส ระลึกถึงคุณพระทศพลร่ำไป ถวายบังคมพระทศพลแล้วบินไปสู่รังของตน ให้เวลาล่วงไปด้วยความสุขเกิดแต่ปีตินั่นเองตลอด ๗ วัน. ด้วยกรรมอันนี้ นกดุเหว่านั้นจึงมีเสียงไพเราะ.
ในครั้งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเริ่มสร้างเจดีย์ พวกช่างปรึกษากันว่า เราจะทำขนาดไหน ขนาด ๗ โยชน์นี้ใหญ่เกินไปขนาด ๖ โยชน์แม้นี้ก็ใหญ่เกินไป ขนาด ๕ โยชน์แม้นี้ก็ใหญ่เกินไป ขนาด ๔ โยชน์ ๓ โยชน์ ๒ โยชน์ ดังนี้.
ครั้งนั้น ท่านลกุณฏกภัททิยะนี้เป็นหัวหน้าช่าง กล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ในอนาคตควรจะประคับประคองความสุขไว้ด้วยอาการอย่างนี้ ถือเชือกวัดไปยืนในที่สุดคาวุตหนึ่ง กล่าวว่า มุขหนึ่งๆ คาวุตหนึ่ง จักเป็นพระเจดีย์กลมโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง. ช่างเหล่านั้นได้ทำตามคำหัวหน้าช่าง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วันจึงสร้างเจดีย์สำเร็จ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที