อธิบายว่า ตั้งอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา แสดงธรรม.

หากจะมีคำถามว่า ธรรมข้อไหน. ก็ตอบว่า เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร ก็ในข้อนี้แสดงผลว่า มาจากเหตุ และแสดงความดับของผลนั้นไว้ เพราะเหตุดับ หาแสดงผู้กระทำหรือผู้เสวยไรๆ ไว้ไม่. ด้วยคำเพียงเท่านี้ ก็เป็นอันปฏิเสธปัญหาที่เหลือ. ก็ท่านห้ามปัญหาข้อที่ ๓ ด้วยคำว่า อุโภ อนฺเต อนุปคมฺม นี้. ด้วยคำว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา นี้ พึงทราบว่าทรงปฏิเสธการเกิดขึ้นลอยๆ และความไม่รู้.

ท่านปรารถนาภิกขุภาวะในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วจึงกล่าวคำว่า ลเภยฺยํ นี้ ทีนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอาติตถิยปริวาสที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในขันธกะ คือปริวาสที่ผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ตั้งอยู่ในสามเณรภูมิแล้วอยู่สมาทาน โดยนัยมีอาทิว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ผู้มีชื่อนี้ เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ หวังได้อุปสมบทในพระศาสนานี้ ข้าพระองค์นั้นจะขอปริวาสกับพระสงฆ์ตลอด ๔ เดือนดังนี้ จึงตรัสว่า โย โข กสฺสป อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ.

คำว่า ปพฺพชฺชํ ในบทว่า ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ นั้น พระองค์ตรัสไว้ด้วยอำนาจความเป็นคำที่สละสลวย. เพราะไม่ต้องอยู่ปริวาสก็ได้บรรพชา. ส่วนผู้ที่ต้องการจะอุปสมบท พึงบำเพ็ญวัตรปฏิปทา ๘ ประการมีการเข้าบ้านเป็นต้น ให้บริบูรณ์ อยู่ปริวาสโดยไม่ให้ล่วงเวลา.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๑๓๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. อเจลกัสสปสูตร”