บทว่า ปสฺสโต ชี้บุคคลอาศัยอานุภาพแห่งญาณ. ด้วยว่า ญาณมีการเห็นเป็นอานุภาพ. บุคคลผู้ประกอบด้วยญาณ ย่อมเห็นธรรมทั้งหลายที่เปิดเผยด้วยญาณ เหมือนคนมีจักษุ เห็นรูปทั้งหลายด้วยจักษุ.

ในคำว่า อาสวานํ ขยา นี้ ความละ ความไม่เกิดขึ้น อาการที่สิ้นไป ความไม่มีอาสวะทั้งหลายก็เรียกว่า อาสวักขัย. ภังคะก็ดี มรรคผลนิพพานก็ดี ท่านเรียกว่า อาสวักขัย แม้นี้.

จริงอยู่ อาการที่สิ้นไป ท่านเรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีเป็นต้นว่า อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ เจโตวิมุตติที่ไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะสิ้นไป.

ภังคะ ก็เรียกว่า อาสวักขัย ได้ในบาลีนี้ว่า โย อาสวานํ ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อาการที่อาสวะสิ้นไป เสื่อมไป แตกไป แตกขาดไป ไม่เที่ยง หายไป.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๑๙๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. อุปนิสสูตร”