พระราชกุมารได้ทรงสดับข่าวว่า "พระศาสดากำลังเสด็จมา" ได้เสด็จไปทรงต้อนรับระยะทาง ๑ โยชน์ ทรงบูชาด้วยของหอมและดอกไม้เป็นต้น อาราธนาให้เสด็จเข้าไปสู่วิหาร แล้วมอบถวายวิหารว่า "ข้าแต่พระมหามุนี ขอพระองค์จงทรงรับอุทยานชื่อโสภณะ ที่ข้าพระองค์ซื้อด้วยเงิน ๑ แสน สร้างด้วยเงิน ๑ แสน." ในวันเข้าพรรษา ท้าวเธอถวายทานทรงมีรับสั่งให้พระโอรสและพระมเหสีของพระองค์ และพวกอำมาตย์เข้าเฝ้า แล้วรับสั่งว่า "พระศาสดาได้เสด็จจากแดนไกลมาสู่สำนักของพวกเรา และขึ้นชื่อว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงเป็นผู้เคารพธรรม ไม่ทรงเห็นแก่อามิส เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจักนุ่งผ้าสาฎก ๒ ผืน สมาทานศีล ๑๐ อยู่ที่นี่แหละ ตลอดไตรมาสนี้ ขอให้พวกท่านทั้งหลายพึงถวายทานแด่พระขีณาสพ ๑ แสนรูปตลอดไตรมาสโดยทำนองนี้."

ท้าวเธอประทับอยู่ในที่ที่มีส่วนเสมอกับที่อยู่ของพระสุมนเถระ ได้ทอดพระเนตรเห็นวัตรทุกอย่างที่พระเถระทำถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงพระดำริว่า "พระเถระรูปนี้อยู่ในฐานะเป็นที่โปรดปรานโดยส่วนเดียว ควรที่เราจะปรารถนาฐานันดรของพระเถระนี้แหละ."

เมื่อใกล้ปวารณา ได้เสด็จเข้าสู่บ้าน พระราชทานมหาทานตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ทรงวางไตรจีวรลงที่ใกล้เท้าของภิกษุ ๑ แสนรูป ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกราบทูลว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้กระทำบุญแล้ว ตั้งแต่ให้สร้างวิหารในระยะทางแห่งละโยชน์ ในทางใหญ่ ข้าพระองค์มิได้กระทำบุญนั้นเพราะหวังสมบัติคือความเป็นท้าวสักกเทวราช ทั้งมิได้กระทำเพราะหวังมารสมบัติและพรหมสมบัติเลย แต่กระทำเพราะปรารถนาความเป็นพุทธอุปัฏฐาก ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะฉะนั้น ขอให้ข้าพระองค์ได้เป็นพุทธอุปัฏฐากเหมือนพระสุมนเถระในอนาคตด้วยเถิด" ดังนี้ ทรงหมอบลงถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูว่า ความคิดอันยิ่งใหญ่ของกุลบุตรจักสำเร็จหรือไม่หนอ. ทรงทราบว่า ในกัปที่หนึ่งแสนนับแต่ภัทรกัปนี้ไปในอนาคต พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าโคตมะจักอุบัติขึ้น เธอจักได้เป็นอุปัฏฐากแห่งพระโคตมะนั้นแล.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๓๖๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. นิทานสูตร”