ถามว่า ก็เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนั้น ขึ้นชื่อว่า รูปที่ตั้งอยู่เกิน ๑๐๐ ปีมีอยู่หรือ. รูปที่เป็นไปในปฐมวัยอยู่ไม่ถึงมัชฌิมวัย, รูปที่เป็นไปในมัชฌิมวัยอยู่ไม่ถึงปัจฉิมวัย, รูปที่เป็นไปก่อนอาหารอยู่ไม่ถึงหลังอาหาร, รูปที่เป็นไปหลังอาหารอยู่ไม่ถึงปฐมยาม, รูปที่เป็นไปในปฐมยามอยู่ไม่ถึงมัชฌิมยาม, รูปที่เป็นไปในมัชฌิมยามอยู่ไม่ถึงปัจฉิมยาม, มีอยู่ มิใช่หรือ.

อนึ่ง รูปที่เป็นไปในเวลาเดินอยู่ไม่ถึงเวลายืน, รูปที่เป็นไปในเวลายืนอยู่ไม่ถึงเวลานั่ง, รูปที่เป็นไปในเวลานั่งอยู่ไม่ถึงเวลานอน. แม้ในอิริยาบถหนึ่ง รูปที่เป็นไปในเวลายกเท้าอยู่ไม่ถึงย้ายเท้า, รูปที่เป็นไปในเวลาย้ายเท้าอยู่ไม่ถึงเวลาย่างเท้า, รูปที่เป็นไปในเวลาย่างเท้าอยู่ไม่ถึงเวลาหย่อนเท้า, รูปที่เป็นไปในเวลาหย่อนเท้าอยู่ไม่ถึงเวลาเหยียบพื้น, รูปเป็นไปในเวลาเหยียบพื้นอยู่ไม่ทันถึงเวลายันพื้น. สังขารทั้งหลายทำเสียงว่า ตฏะ ตฏะ ลั่นเป็นข้อๆ ในที่นั้นๆ เหมือนงาที่เขาใส่ไว้ในภาชนะร้อนฉะนั้นหรือ.

แก้ว่า ข้อนั้นย่อมเป็นจริงอย่างนั้น. เหมือนอย่างว่า เมื่อประทีปกำลังลุกโพลง เปลวไฟไม่โพลงล่วงส่วนแห่งไส้นั้นๆ ย่อมแตก [เทียะๆ] ในที่นั้นๆ.

อนึ่งเล่า เมื่อประทีปกำลังลุกโพลงตลอดคืนยันรุ่ง ด้วยอำนาจที่เนื่องด้วยความสืบต่อ ท่านก็เรียกว่าประทีปฉันใด แม้ในที่นี้ กายแม้นี้ ท่านแสดงให้เป็นเหมือนตั้งอยู่ตลอดกาลนานอย่างนั้น ด้วยอำนาจความสืบต่อก็ฉันนั้น.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๓๘๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อัสสุตวตาสูตร ที่ ๑”