บทว่า โกฏฺฐาสโต ความว่า ธรรม ๘ อย่างเหล่านี้ คือเจตนาธรรม ๗ ตามลำดับ และมิจฉาทิฏฐิเป็นกรรมบถอย่างเดียว ไม่เป็นมูล. อภิชฌาและพยาบาท เป็นกรรมบถด้วย เป็นมูลด้วย. ความจริง อภิชฌาเป็นโลภะ ถึงความเป็นมูล คือเป็นอกุศลมูล. พยาบาทเป็นโทสะ ถึงความเป็นมูล คือเป็นอกุศลมูล.

บทว่า อารมฺมณโต ความว่า ปาณาติบาตมีชีวิตินทรีย์เป็นอารมณ์. อทินนาทานมีสัตว์เป็นอารมณ์บ้าง มีสังขารเป็นอารมณ์บ้าง. มิจฉาจารมีสังขารเป็นอารมณ์ด้วยอำนาจการถูกต้อง. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า มีสัตว์เป็นอารมณ์ดังนี้ ก็มี. มุสาวาทมีสัตว์เป็นอารมณ์บ้าง มีสังขารเป็นอารมณ์บ้าง. ปิสุณวาจาก็อย่างนั้น. ผรุสวาจามีสัตว์เป็นอารมณ์อย่างเดียว. สัมผัปปลาปะมีสัตว์เป็นอารมณ์บ้าง มีสังขารเป็นอารมณ์บ้างด้วยอำนาจสิ่งที่ตนได้เห็น ได้ฟัง ได้ทราบและได้รู้แล้ว. อภิชฌาก็อย่างนั้น. พยาบาทมีสัตว์เป็นอารมณ์อย่างเดียว. มิจฉาทิฏฐิมีสังขารเป็นอารมณ์ ด้วยอำนาจธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓.

บทว่า เวทนาโต ความว่า ปาณานิบาตเป็นทุกขเวทนา.

ก็พระราชาทรงเห็นโจรแล้ว แม้ทรงร่าเริงอยู่ รับสั่งว่า ท่านจงไป จงฆ่ามันดังนี้ ก็จริง ถึงกระนั้น เจตนาเป็นเหตุให้สำเร็จได้ก็สัมปยุตด้วยทุกข์แก่โจรเหล่านั้น.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๖๕๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. ทสกัมมปถสูตร”