อนึ่ง ดวงจันทร์กำจัดความมืดส่องแสงสว่างฉันใด. พึงเห็นเนื้อความในข้อนี้ โดยนัยมีเป็นต้นอย่างนี้ว่า พวกเธอเป็นดุจดวงจันทร์ด้วยการกำจัดความมืดคือกิเลส และด้วยการส่องแสงสว่าง คือปัญญาฉันนั้น.

บทว่า อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺตํ ความว่า พราก คือคร่ามา นำออกไปทั้งกายและทั้งจิตด้วยการไม่ทำความคุ้นเคยเป็นต้นนั้นแล.

ด้วยว่า ภิกษุใดไม่อยู่แม้ในป่า แต่ตรึกกามวิตกเป็นต้น ภิกษุนี้ชื่อว่าไม่พรากทั้งกายทั้งจิต. ส่วนภิกษุใด แม้อยู่ในป่า ตรึกกามวิตกเป็นต้น ภิกษุนี้ชื่อว่าพรากกายอย่างเดียว แต่ไม่พรากจิต. ภิกษุใดอยู่ในละแวกบ้าน แต่ก็ไม่ตรึกกามวิตกเป็นต้น ภิกษุนี้ชื่อว่าพรากจิตอย่างเดียว แต่ไม่พรากกาย. ส่วนภิกษุใดอยู่ป่าและไม่ตรึกกามวิตกเป็นต้น ภิกษุนี้ชื่อว่าพรากแม้ทั้งสอง.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงว่า พวกเธอเห็นปานนี้จงเข้าไปสู่ตระกูล จึงตรัสว่า อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺตํ ดังนี้.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๗๕๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จันทูปมสูตร”