บรรดากำเนิด ๔ เหล่านั้น อัณฑชะสัตว์ ชลาพุชะสัตว์ยังทำลายกะเปาะไข่และฟองไข่ไม่ได้อยู่ตราบใด ชื่อว่าสัมภเวสี (ผู้แสวงหาภพที่เกิด) อยู่ตราบนั้น. เหล่าสัตว์ที่ทำลายกะเปาะไข่และฟองไข่ออกมาภายนอก ชื่อว่าภูต. เหล่าสังเสทชะสัตว์ และโอปปาติกะสัตว์ (สัตว์ที่เกิดในเถ้าไคล และที่ผุดเกิดเอง) ชื่อว่าสัมภเวสี ในขณะแห่งจิตดวงแรก. ตั้งแต่ขณะจิตดวงที่ ๒ ไป ชื่อว่าภูต.

อีกอย่างหนึ่ง เหล่าสัตว์ที่ยังไม่ถึงอิริยาบถอื่นจากอิริยาบถที่ตนเกิดตราบใด ก็จัดว่าเป็นสัมภเวสีตราบนั้น. นอกจากนั้น ชื่อว่าภูต.

อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ภูตา ได้แก่เกิดแล้ว คือบังเกิดแล้ว ภูตเหล่าใด คือภูตที่ถึงการนับ (ที่จัดเข้าในประเภทที่) ว่าจักไม่มี (การเกิด) อีก คำนั้นเป็นชื่อของพระขีณาสพเหล่านั้น. ชื่อว่าสัมภเวสี เพราะแสวงหาภพที่เกิด. คำนั้นเป็นชื่อของพระเสขะและปุถุชนผู้แสวงหาภพต่อไป เพราะยังละภวสังโยชน์ไม่ได้ ด้วยอาการอย่างนี้ กิเลสภวสังโยชน์นั้น จึงยึดสรรพสัตว์ไว้ด้วยบททั้ง ๒ นี้โดยประการทั้งปวง.

อนึ่ง วา ศัพท์ในคำว่า ภูตานํ วา สตฺตานํ นี้ มีอรรถว่าประมวลกันเข้า เพราะเหตุนั้น พึงทราบเนื้อความดังนี้ว่า ภูตานํ จ สมฺภเวสีนํ จ สัตว์ผู้เกิดแล้ว และสัตว์ผู้แสวงหาภพ.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๘๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. อาหารสูตร”