ก็ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ทรงแสดงธรรมทุกๆ ๗ ปี ปรากฏความตื่นเต้นกันยกใหญ่ ทวยเทพในสกลชมพูทวีปต่างบอกข่าวกันต่อๆ ไปว่า พระศาสดาจักทรงแสดงธรรม. พราหมณ์ได้สดับข่าวนั้นแล้ว แต่เขามีผ้าสาฎกสำหรับนุ่งอยู่ผืนเดียว ของพราหมณีก็เหมือนกัน. ทั้งสองคนมีผ้าห่มผืนเดียวเท่านั้น ปรากฎไปทั่วเมืองว่า พราหมณ์เอกสาฎก.

เมื่อมีการประชุมกันด้วยกิจอย่างใดอย่างหนึ่งของพวกพราหมณ์ เขาไปด้วยตนเอง ให้นางพราหมณีอยู่ที่เรือน. เมื่อมีการประชุมนางพราหมณี เขาอยู่เรือนเอง นางพราหมณีห่มผ้าผืนนั้นไป.

ก็ในวันนั้น พราหมณ์กล่าวกะนางพราหมณีว่า แม่มหาจำเริญ แม่จักฟังธรรมกลางคืนหรือกลางวัน. นางพราหมณีพูดว่า ฉันเป็นมาตุคาม ไม่อาจจะฟังธรรมในเวลากลางคืนได้ ฉันจักฟังธรรมในเวลากลางวัน. จึงให้พราหมณ์อยู่ที่เรือน ห่มผ้าผืนนั้นไปกับพวกอุบาสิกาในเวลากลางวัน ถวายบังคมพระศาสดานั่งฟังธรรมอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วกลับไปกับพวกอุบาสิกา.

ครั้งนั้น พราหมณ์ให้นางพราหมณีอยู่เรือน ห่มผ้านั้นไปวิหาร.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๘๑๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๑. จีวรสูตร”