@๓ ฉ.ม.,อิ. อาคมนํ ๔ ฉ.ม. นามิสครุกา

โส สุมนตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานสภาเคเยว ฐาเน วสนฺโต ยํ เถโร ภควโต วตฺตํ กโรติ, ตํ สพฺพํ ทิสฺวา "ฐาเน ๑- เอกนฺตวลฺลโภ เอส เถโร, เอตสฺเสว เม ๒- ฐานนฺตรํ ปตฺเถตุํ วฏฺฏตี"ติ จินฺเตตฺวา อุปกฏฺฐาย ปวารณาย คามํ ปวิสิตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส ภิกฺขุสตสหสฺสสฺส ปาทมูเล ติจีวรํ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา "ภนฺเต ยเทตํ มหามคฺเค ๓- โยชนโยชนวิหารการาปนโต ๔- ปฏฺฐาย ปุญฺญํ กตํ, ตนฺเนว สกฺกสมฺปตฺตึ, น มารพฺรหฺมสมฺปตฺตึ ปตฺถยนฺเตน, พุทฺธสฺส ปน อุปฏฺฐากภาวํ ปตฺเถนฺเตน กตํ. ตสฺมา อหมฺปิ ภควา อนาคเต สุมนตฺเถโร วิย เอกสฺส พุทฺธสฺส อุปฏฺฐาโก โหมี"ติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน ๕- วนฺทิตฺวา นิปนฺโน. ภควา "มหนฺตํ กุลปุตฺตสฺส จิตฺตํ อิชฺฌิสฺสติ นุ โข, โน"ติ ๖- โอโลเกนฺโต "อนาคเต อิโต สตสหสฺสิเม กปฺเป โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺเสว อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสตี"ติ ญตฺวา:-

"อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ สพฺพเมว ๗- สมิชฺฌตุ

สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา จนฺโท ปณฺณรโส ยถา"ติ อาห. กุมาโร สุตฺวา "พุทฺธา นาม อเทฺวชฺฌกถา โหนฺตี"ติ ทุติยทิวเสเยว ตสฺส ภควโต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. โส ตสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วสฺสสตสหสฺสํ ทานํ ทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเลปิ ปิณฺฑาย จรโต เถรสฺส ปตฺตคฺคหณตฺถํ อุตฺตริสาฏกํ ทตฺวา ปูชํ อกาสิ. ปุน สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต พาราณสีราชา หุตฺวา อฏฺฐนฺนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปณฺณสาลาโย กาเรตฺวา มณิอาธารเก อุปฏฺฐเปตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ ทสวสฺสสหสฺสานิ อุปฏฺฐานํ อกาสิ. เอตานิ ปากฏฏฺฐานานิ.

เล่มที่ ๑๖ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค๑๖๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๐. นิทานสูตร”